‘Tesla Roadster’ ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าขับกลับหัวและเหินเวหาได้คันแรกของโลก ลุ้นเริ่มผลิตปี 2028 เปิดรับจองสิทธิ์แล้วด้วยเงินมัดจำ 1.7 ล้านบาท !

‘Tesla Roadster’ ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าขับกลับหัวและเหินเวหาได้คันแรกของโลก ลุ้นเริ่มผลิตปี 2028 เปิดรับจองสิทธิ์แล้วด้วยเงินมัดจำ 1.7 ล้านบาท !

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 Tesla ถือเป็นผู้บุกเบิกวงการรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรก ๆ ของโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ของ Elon Musk มาจนถึงยุคปัจจุบันที่ระบบขับขี่อัตโนมัติเริ่มแพร่หลาย ล่าสุดทีม Tesla ได้ทลายขีดจำกัดด้านฟิสิกส์อีกครั้งด้วยการเปิดตัว ‘Tesla Roadster’ เจเนอเรชันใหม่ ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มีดีแค่วิ่งบนถนน แต่สามารถขับกลับหัวและใช้หัวฉีดก๊าซพ่นให้รถลอยตัวกลางอากาศเพื่อลงจอดได้!

รถยนต์แห่งอนาคตคันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายกรอบเดิม ๆ ของยานยนต์ทั่วไป โดย Elon Musk ในฐานะผู้บริหารของ SpaceX ได้นำเทคโนโลยีจรวดอวกาศมาประยุกต์ใช้กับไฮเปอร์คาร์คันนี้อย่างเต็มรูปแบบ

ไฮไลต์เด่นของ Tesla Roadster โฉมใหม่ ผสานความเร็วขั้นสุดเข้ากับเทคโนโลยีอวกาศ

ตัวรถแยกระบบการทำงานโดยใช้ ‘ระบบพัดลมดูดใต้ท้องรถ’ สร้างแรงยึดเกาะมหาศาลมากกว่า 2.0g ทำให้รถสามารถไต่กำแพงหรือขับกลับหัวติดเพดานได้โดยไม่ร่วงหล่น ผสานกับการใช้หัวฉีดก๊าซเย็นแรงดันสูง (Cold Gas Thrusters) 10 ตำแหน่งที่ถ่ายทอดจาก SpaceX สร้างแรงขับดันให้รถกระโดดลอยตัวข้ามรถคันอื่น หรือหมุนตีลังกากลางอากาศได้อย่างอิสระ

มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังมหาศาลผลักดันอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. (0-60 mph) ในเวลาเพียง 0.81 วินาทีจากการสาธิตสด พร้อมเป้าหมายความเร็วสูงสุดทะลุ 611 กม./ชม. (380 ไมล์/ชม. หรือครึ่งหนึ่งของความเร็วเสียง) ซึ่งความเร็วระดับนี้ผู้ขับขี่จะต้องเผชิญกับแรง G มหาศาล และตัวรถจำเป็นต้องใช้ยางสูตรพิเศษที่ทนต่อความร้อนและแรงเหวี่ยงขั้นสุด

ดีไซน์ภายนอกดุดันล้ำอนาคต ได้แรงบันดาลใจจากรถดำน้ำ Lotus Esprit ในภาพยนตร์ James Bond ผสานกับประตูปีกนกคู่และหลังคา T-top แบบถอดได้ อีกทั้งภายในก็ล้ำสมัยราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Tron’ โดดเด่นด้วยเบาะสปอร์ตคู่สีขาว แป้นเหยียบติดพื้นสไตล์รถแข่ง พวงมาลัยทรง Yoke ดีไซน์ใหม่ และอินเทอร์เฟซหน้าจอสัมผัสในธีมสีแดง ‘Mars Red’

Elon Musk ยืนยันเป้าหมายการเข้าสู่สายการผลิตในปี 2028 (ซึ่งอาจมีการขยับขยายตามสไตล์การทำงานของ Tesla) ขณะนี้เปิดรับจองสิทธิ์แล้วด้วย ‘เงินมัดจำ’ 50,000 ดอลลาร์ หรือราว 1,700,000 บาท (ชำระล่วงหน้า 5,000 ดอลลาร์และจ่ายส่วนที่เหลือภายใน 10 วัน โดยสามารถขอคืนเงินได้เต็มจำนวน) โดยเงินจำนวนนี้คือค่าจองสิทธิ์เท่านั้น ไม่ใช่ราคาจำหน่ายจริงของตัวรถ

แม้สมรรถนะที่ประกาศออกมาจะดูล้ำจินตนาการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Tesla Roadster จะไม่ได้เหมารวมทุกฟีเจอร์ไฮไลต์ไว้ในรถคันเดียว แต่จะถูกแบ่งสเปกออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ รุ่น Performance (Road ready) แบบ 2 ที่นั่งที่เน้นการเกาะถนนสำหรับใช้งานทั่วไป, รุ่น Thrust (Race ready) แบบ 2 ที่นั่งที่เพิ่มหัวฉีดก๊าซท้ายรถสำหรับสายสนามแข่ง และรุ่นขั้นสุดอย่าง Rocket (Air ready) ที่ถอดเหลือที่นั่งเดียวพร้อมติดตั้งหัวฉีดรอบคันสำหรับการเหินเวหาซึ่งจำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ได้รับเชิญเท่านั้น

การแบ่งรุ่นย่อยเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านข้อกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างชัดเจน เพราะการใช้เทคโนโลยีอวกาศอย่างก๊าซแรงดันสูงมาพ่นกลางอากาศหรือกระโดดลอยตัวนั้น แม้จะทำได้จริงในสนามทดสอบแบบปิด แต่การจะนำมาจดทะเบียนให้วิ่งบนถนนสาธารณะ ต้องผ่านด่านหินจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยยานยนต์ (เช่น NHTSA) เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อเพื่อนร่วมถนนและคนเดินเท้า ไปจนถึงอาจต้องเผชิญกับข้อบังคับจากหน่วยงานด้านการบิน (FAA) หากตัวรถสามารถลอยตัวได้จริง ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว ฟีเจอร์หลุดโลกเหล่านี้อาจถูกจำกัดไว้ใช้เฉพาะในสนามแข่ง และรุ่นที่วิ่งบนถนนได้อย่างถูกกฎหมายอาจมีเพียงแค่รุ่นเริ่มต้นเท่านั้น

ในอนาคต หากเทคโนโลยีของ Tesla Roadster สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านกฎหมายและออกวิ่งได้จริง นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ค่ายรถอื่น ๆ เริ่มพัฒนารถยนต์ที่ผสมผสานขีดความสามารถด้านอากาศยาน และอาจเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางในอนาคตจากบนพื้นถนนขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ในที่สุด

ที่มา Motortrend.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ