สัญญาณศึกสตรีมมิ่งเดือด Netflix ปลดพนักงาน 1,000 คน ชั่วโมงการรับชมทั่วโลกโตเล็กน้อย ยอดสมัครสมาชิกไม่กระเตื้อง

สัญญาณศึกสตรีมมิ่งเดือด Netflix ปลดพนักงาน 1,000 คน ชั่วโมงการรับชมทั่วโลกโตเล็กน้อย ยอดสมัครสมาชิกไม่กระเตื้อง

ล่าสุดเจ้าใหญ่สตรีมมิ่งอย่าง Netflix ประกาศปลดพนักงานราว 1,000 คน หรือประมาณ 6% ของพนักงานทั้งหมด เป็นการลดคนรอบใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นสัญญาณที่มากกว่าการลดค่าใช้จ่ายของบริษัทเพียงอย่างเดียว สะท้อนว่าสนามแข่งขันด้านความบันเทิงกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

สำนักข่าว Wall Street Journal รายงานเมื่อวันพุธว่า Greg Peters และ Ted Sarandos สองซีอีโอร่วมของ Netflix แจ้งพนักงานผ่านอีเมลภายในว่าบริษัทจะลดคนราว 1,000 ตำแหน่ง ส่วนใหญ่อยู่ในสายผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี กฎหมาย และทรัพยากรบุคคล ขณะที่รายงานจากอีกแหล่งระบุว่ารอบนี้ครอบคลุมทั้งองค์กร และรวมผู้บริหารในสายภาพยนตร์และซีรีส์ด้วย

ในอีเมลถึงพนักงาน ซีอีโอร่วมทั้งสองระบุว่าพันธกิจของบริษัทคือการสร้างความบันเทิงให้คนทั้งโลก ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ การทำให้สำเร็จต้องมีวินัยในการเลือกว่าจะใช้คนและทรัพยากรไปกับเรื่องใด Netflix ยืนยันว่าจะลงทุนอย่างจริงจังต่อในส่วนที่สร้างผลกระทบสูง และยังเดินตามเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่วางไว้

ก่อนหน้านั้น ในงาน Bloomberg Screentime วันที่ 30 กันยายน Sarandos ยอมรับตรง ๆ ว่าบริษัทยังเติบโตไม่เร็วอย่างที่ต้องการ แต่ก็ย้ำว่าธุรกิจโดยรวมยังไปได้ดี

ตัวเลขนี้มีน้ำหนักเมื่อดูขนาดองค์กร ณ สิ้นปีที่ผ่านมา Netflix มีพนักงานประจำราว 16,000 คน การลด 1,000 คนจึงถือว่าไม่น้อย โดยเฉพาะกับบริษัทที่หลีกเลี่ยงการปลดคนจำนวนมากมาเป็นเวลาหลายปี ครั้งล่าสุดที่เกิดเรื่องคล้ายกันคือปี 2022 ซึ่งบริษัทลดคนหลายร้อยตำแหน่งในช่วงที่ยอดสมาชิกชะลอตัว

ทำไมต้องปลดในเวลานี้

การประกาศเกิดขึ้นก่อนผลประกอบการไตรมาสสามเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดย Netflix จะแถลงตัวเลขวันที่ 20 ตุลาคมหลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการ

คาดว่าปีนี้เป็นปีที่ไม่ง่ายสำหรับ Netflix ในตลาดหุ้น แต่ละสื่อรายงานตัวเลขต่างกัน บางแหล่งระบุว่าราคาหุ้นลดลงเกิน 40% บางแหล่งระบุ 26% แต่สิ่งที่ตรงกันคือ นักลงทุนยังไม่มั่นใจกับแรงขับเคลื่อนการเติบโต

สิ่งที่นักลงทุนจับตาที่สุดคือเรื่อง engagement หรือระดับการใช้เวลาอยู่กับแพลตฟอร์ม ชั่วโมงการรับชมทั่วโลกในครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้นเพียง 2% อยู่ที่ราว 97,000 ล้านชั่วโมง ส่วนสมาชิกที่จ่ายเงินยังอยู่ราว 325 ล้านราย ฐานลูกค้าใหญ่ แต่ถ้าคนดูน้อยลงหรือโตช้าลง ความกังวลย่อมตามมา

คู่แข่งจริงอาจไม่ใช่สตรีมมิ่งด้วยกัน

เมื่อก่อนเรามองว่าคู่แข่งของ Netflix คือ Disney+ หรือ HBO แต่ภาพนั้นเริ่มไม่ตรงกับความจริง ตอนนี้ Netflix ต้องแย่งความสนใจกับ YouTube, TikTok, Instagram และโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ซึ่งผู้ใช้เปิดดูได้ฟรี และใช้เวลาไปกับมันหลายชั่วโมงต่อวัน

รายงานจากบริษัทวิจัยตลาดหลายแห่งระบุว่า TikTok กำลังไล่ตามเรื่องระดับ engagement ส่วน YouTube ถูกกล่าวว่าแซง Netflix ในแง่เวลารับชมเฉลี่ยต่อวันตั้งแต่ปี 2025 ข้อมูลของ Nielsen ก็สอดคล้องกัน ส่วนแบ่งการรับชมทีวีในสหรัฐของ Netflix ลดจาก 9% ในเดือนธันวาคมเหลือ 7.8% ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ YouTube อยู่ที่ 14.2% หรือเกือบสองเท่า

การปรับตัวที่ผ่านมา

ที่ผ่านมาบริษัทพยายามเพิ่มมูลค่าจากสมาชิกที่มีอยู่หลายทาง ทั้งขึ้นราคา ขยายแพ็กเกจที่มีโฆษณา และลงทุนกับไลฟ์อีเวนต์ กีฬา เกม และเนื้อหาสำหรับเด็ก ล่าสุดยังเพิ่มวิดีโอพอดแคสต์ รายการจากครีเอเตอร์ ช่องไลฟ์ และทดลองคอนเทนต์วิดีโอสั้น พร้อมปรับแอปมือถือให้แข่งกับโซเชียลได้ดีขึ้น รวมถึงลงทุนในฟีเจอร์ที่ใช้ AI ช่วย

ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามคาดทั้งหมด รายงานระบุว่าธุรกิจเกมและกิจกรรมบันเทิงนอกจอบางส่วนยังเจอความยากลำบาก

ด้านตัวเลขการเงิน ปี 2025 Netflix มีรายได้ 45,200 ล้านดอลลาร์ ราว 1.5 ล้านบาท และรายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้นเกิน 1,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงว่าธุรกิจยังแข็งแรง แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าการเติบโตรอบหน้าจะมาจากไหน

ศึก Warner Bros. Discovery

Netflix เพิ่งแพ้การประมูลซื้อธุรกิจสตรีมมิ่งและสตูดิโอของ Warner Bros. Discovery ให้กับ Paramount Skydance ในปีนี้ ทรัพย์สินของ Warner Bros. มีทั้งสตูดิโอ HBO แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง เกม และช่องทีวีอย่าง CNN และ HGTV ซึ่งเป็นสิ่งที่ Netflix เห็นศักยภาพสูง เมื่อดีลไม่สำเร็จ ผังอุตสาหกรรมก็ถูกจัดเรียงใหม่ และ Netflix ต้องหาทางโตด้วยตัวเองต่อไป

การตั้งคำถามของลูกค้า

เมื่อข่าวแพร่ออกไป เกิดการตั้งคำถามชี้ถึงความย้อนแย้งว่าลูกค้าถูกขอให้จ่ายค่าสมาชิกแพงขึ้น ขณะที่บริษัทลดทีมที่ดูแลบริการ และสงสัยว่าเงินที่ประหยัดได้จะไปถึงผู้ใช้หรือไปอยู่ที่ผู้บริหารและผู้ถือหุ้น

มีบางคนตั้งข้อสังเกตว่าการลดคนอาจเกี่ยวกับการนำ AI มาแทนแรงงาน แต่ข้อมูลที่เปิดเผยออกมายังไม่ยืนยันเช่นนั้น

ทั้งนี้ Netflix ไม่ได้ลดคนอยู่รายเดียว Sony, Disney (ซึ่งตัดหลายรอบ), Paramount ก่อนการควบรวมกับ Warner Bros. Discovery รวมถึง NBCUniversal และ Amazon ก็ปรับลดคนในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมจึงชี้ว่าอุตสาหกรรมบันเทิงทั้งระบบกำลังเผชิญแรงกดดัน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ