‘พวงมาลัยเกล้าผม’ เทรนด์แฟชั่นไทยจากปากคลองตลาด เมื่อวัฒนธรรมเก่ากลับมาเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่

‘พวงมาลัยเกล้าผม’ เทรนด์แฟชั่นไทยจากปากคลองตลาด เมื่อวัฒนธรรมเก่ากลับมาเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่

เทรนด์ถือช่อดอกบัวเพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน เทรนด์ช่อผูกผมด้วยมาลัยก็กลับมารันวงการวัยรุ่นนิยมปากคลองตลาดอีกครั้ง คำว่า นิยมปากคลองตลาดในที่นี้ ไม่ใช่วัยรุ่นที่อยู่ในปากคลองตลาด แต่คือกลุ่มผู้คนมากมายที่ชื่นชอบการไปปากคลองตลาด เพื่อเสพกลิ่นอายความเก่าแต่ยังคลาสสิก เพราะนี่คือแหล่งเมืองเก่าที่ยังมีเสน่ห์ และเป็นกระแสได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับเทรนด์มาลัยเกล้าผมล่าสุด เดี๋ยวเราอธิบายว่าสรุปมันคือเทรนด์อะไร ทำไมถึงฮิต และในแง่ของการตลาดและส่งผลดีจริงไหม ?

หากให้หาต้นแบบการเกิดขึ้นของเทรนด์นี้น่าจะอธิบายยากว่าเริ่มจากใคร แต่มั่นใจหากบอกว่ามาจากเหล่าแม่ค้าในปากคลองตลาด หากใครเดินทางแวะเวียนแถวนั้นบ่อย ๆ จะเห็นป้ายร้านดอกไม้ติดว่า ‘รับม้วนผม 120 บาท’ พร้อมทั้งมีหญิงสาวมากหน้าหลายตาต่อแถวเพื่อม้วนผม และเกล้าด้วยมาลัยกันยาวไปหมดแทบทุกร้าน

เมื่อเดินถัดไปอีกหน่อยเราจะเห็นกลุ่มสาว ๆ ที่มาต่อแถวม้วนผมต่างมี Accessory เป็นมาลัยเกล้าผมเดินไปหาจุดถ่ายรูปเต็มไปหมด สร้างบรรยากาศความสวยงามแบบโมเดิร์นผสมผสานความเป็นไทยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เทรนด์นี้โด่งดังจนล่าสุดก็มีดารา ผู้มีชื่อเสียงมากหน้าหลายตาแห่เดินทางมาเข้าคิวเพื่อเกล้าผมกันเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ใหม่-ดาวิกา, ญาญ่า-อุรัสญา หรือเหล่านางแบบต่างพากันมาเกล้าผมพร้อมร้อยมาลัยกันถ้วนหน้า ซึ่ง movement นี้ก็ยิ่งทำให้เทรนด์นี้นิยมมากขึ้นไปอีก อย่างที่ Vogue ประเทศไทยได้กล่าวไว้ในบทความว่า ‘ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการได้เห็นความงามแบบดั้งเดิมถูกปลุกชีวิตชีวาใหม่อีกครั้งผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่’

‘เทรนด์แบบ ไทย ๆ’ ที่หยิบยกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ขายได้ ?

กระแสความนิยมในสไตล์ ‘ไทยประยุกต์’ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น หากมองข้ามเทรนด์แฟชั่นช่อดอกบัวที่กำลังมาแรงในขณะนี้ หากไม่นับเทรนด์ช่อดอกบัวละก็ ก่อนหน้านี้ย้อนไปอีกนิดเราเคยมีเทรนด์ ‘ห่มสไบใส่กางเกงยีนส์’ เดินถ่ายรูปทั่ววัดและพระราชวังมามาก่อนเมื่อเกือบ 6-7 ปีที่แล้ว (และอาจจะยังมีคนทำอยู่ในปัจจุบันด้วย)

หากถามว่าแนวทางการแต่งตัว หรือเติมเครื่องประดับ หรือแม้กระทั่งการมีพร็อพที่เป็นดอกไม้ไทย การแต่งกายแบบไทย ๆ เหล่านี้เกิดจากอะไร หากตั้งคำถามว่า คำตอบคงหนีไม่พ้น ‘ความเป็นปัจเจก’ ของคนยุคใหม่ที่โหยหาความ ‘แตกต่าง’ และต้องการแสดงออกถึงตัวตนอย่างมีเอกลักษณ์

โดยการนำวัฒนธรรมดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ช่วยทลายกรอบความคิดเดิมที่มักมองว่าเครื่องแต่งกายแบบไทยเป็นเรื่องล้าสมัย หรือต้องสงวนไว้ใช้เฉพาะในงานพิธีการเท่านั้น เมื่อความเป็นไทยถูกปรับให้เข้าถึงง่ายและนำมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน จึงเกิดเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจคนทุกเจเนอเรชัน

ยิ่งไปกว่านั้น พลังของโซเชียลมีเดียยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เทรนด์เหล่านี้กลายเป็นกระแสในวงกว้าง เมื่อความงดงามจากการหลอมรวมวัฒนธรรมเข้ากับแฟชั่นสมัยใหม่ถูกเผยแพร่ออกไป สิ่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วข้ามคืน แต่ยังทำหน้าที่เป็น ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ขนาดย่อม ที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสินค้าท้องถิ่นได้ด้วย

ผลลัพธ์ที่ก้าวไกลกว่าแฟชั่น: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ชาติ

ในมิติของเศรษฐกิจ ปรากฏการณ์นี้ส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งของที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มหรือใช้เพียงตามเทศกาล กลับกลายเป็นไอเทมยอดฮิตที่ตลาดต้องการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นร้านดอกไม้ ช่างฝีมือร้อยมาลัย ร้านเช่าชุดไทย หรือแม้แต่ชุมชนทอผ้า ล้วนได้รับอานิสงส์จากยอดขายที่เติบโตขึ้น ต้องยอมรับว่าเทรนด์เหล่านี้ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน กระจายรายได้สู่ฐานราก และเปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้านำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่นได้อย่างมหาศาลเลยล่ะ

อีกทั้งในแง่ของภาพลักษณ์ระดับประเทศ เทรนด์ดังกล่าวยังมีส่วนผลักดันวัฒนธรรมไทยให้ก้าวไกลสู่สากล การที่คนรุ่นใหม่หยิบจับเอกลักษณ์ดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมั่นใจ สะท้อนให้ชาวโลกเห็นถึง ‘วัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ’ เมื่อภาพความสวยงามเหล่านี้ถูกส่งต่อผ่านพื้นที่ออนไลน์ ย่อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้อยากเดินทางมาสัมผัสและมีส่วนร่วมกับประสบการณ์นี้ด้วยตนเอง เช่นเดียวกับคนไทยที่อยากลองแต่งตัวเพื่อถ่ายรูปแบบสาวแกลในโตเกียว เพราะนี่คือวัฒนธรรมที่ไม่ได้ฮิตแค่ในหมู่วัยรุ่นอย่างเดียว แต่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศต่อสายตาต่างชาติอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

ดังนั้น หากถามว่าเทรนด์ ‘พวงมาลัยเกล้าผม’ คือแคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ คงไม่มีคำตอบใดชัดเจนไปกว่าภาพการตอบรับอย่างล้นหลามของผู้บริโภคซึ่งก็ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จได้ด้วยตัวมันเองแล้ว

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ