Absolute Group ทุ่ม 100 ล้าน รีแบรนด์ 9 สาขา เปิดคลับสุขภาพครบวงจร รับตลาดสุขภาพเอเชียโตต่อเนื่อง

Absolute Group ทุ่ม 100 ล้าน รีแบรนด์ 9 สาขา เปิดคลับสุขภาพครบวงจร รับตลาดสุขภาพเอเชียโตต่อเนื่อง

The Absolute Group ผู้บุกเบิกธุรกิจฟิตเนสในไทย และผู้ที่ทำให้ “โยคะร้อน” และ “พิลาทิส รีฟอร์เมอร์” เป็นที่รู้จักในตลาดไทยมานานกว่า 20 ปี เตรียมปรับทิศทางธุรกิจจาก ฟิตเนส สู่ธุรกิจสุขภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น ด้วยการรีแบรนด์ Absolute Boutique Fitness ทั้ง 9 สาขาในกรุงเทพฯ เป็น “Absolute Movement and Recovery” พร้อมลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เปิด “BELFINN Wellness Club” ที่ Dusit Central Park ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 รับการเติบโตของ ตลาดสุขภาพเอเชีย ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง การออกกำลังกาย และการฟื้นฟูร่างกายมากขึ้น

คุณเบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Absolute Group กล่าวว่า ตลาดพิลาทิสและฟิตเนสแบบสตูดิโอในไทยกำลังมีการแข่งขันสูงขึ้น จากจำนวนผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติที่เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวนสตูดิโอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มเห็นการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาด

บริษัทประเมินว่าในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ผู้ประกอบการรายเล็กบางส่วนอาจต้องควบรวมกิจการหรือทยอยปิดตัวลง ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างให้ชัดเจนขึ้น แทนการพึ่งการแข่งขันด้านราคา หรือเร่งเพิ่มจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว

สำหรับ Absolute Group การเติบโตในระยะต่อไปจึงไม่ได้มองเพียงเรื่องการออกกำลังกาย แต่ต้องการเข้าไปอยู่ในภาพการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะการฟื้นฟูร่างกาย หรือ Recovery ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดสุขภาพ

Absolute รีแบรนด์ 9 สาขา เพิ่มบริการ Movement และ Recovery

Absolute เตรียมรีแบรนด์ Absolute Boutique Fitness ทั้ง 9 สาขาในกรุงเทพฯ สู่ “Absolute Movement and Recovery” โดยเริ่มจากสาขา TheCOMMONs ทองหล่อ ในไตรมาส 4 ปี 2569 ตามด้วย Gaysorn Amarin และ Vanit Village อารีย์ ในไตรมาส 1 ปี 2570 และคาดว่าจะดำเนินการครบทุกสาขาภายในสิ้นปี 2570

ซึ่งในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการเพิ่มบริการให้ครอบคลุมการดูแลร่างกายมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ Movement และ Recovery

Movement ยังคงเน้นการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหว แต่เพิ่มรูปแบบการฝึกให้หลากหลายขึ้น ทั้ง Yoga, Pilates และ Strength Training เพื่อรองรับลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน ตั้งแต่คนที่ต้องการดูแลการเคลื่อนไหว ไปจนถึงคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรง

ส่วน Recovery จะเข้ามาดูแลร่างกายหลังการใช้งานหรือออกกำลังกาย ผ่านบริการอย่าง Red Light Therapy และ Contrast Therapy เพื่อให้การพักและฟื้นฟูร่างกายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มมองสุขภาพในภาพกว้างขึ้น เพราะการมีสุขภาพดีไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกายอย่างเดียว แต่รวมถึงการพัก การฟื้นฟู และการดูแลร่างกายในระยะยาว

ทุ่ม 100 ล้าน เปิด BELFINN Wellness Club

อีกหนึ่งการลงทุนสำคัญของ Absolute Group คือการเปิด “BELFINN Wellness Club” ที่ Dusit Central Park ชั้น 7 โดยใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท และมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ 2570

BELFINN จะรวมบริการด้านสุขภาพหลายรูปแบบไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่ Personal Training การดูแลสุขภาพเชิงการแพทย์ ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสร้าง Community โดยวางตำแหน่งเป็น Wellness Club ที่ตอบโจทย์การดูแลตัวเองแบบครบวงจร

ปัจจุบัน ตลาด Wellness และตลาดสุขภาพในเอเชีย กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดี ขณะที่เงินลงทุนจากกลุ่ม Private Equity ก็เข้ามาในธุรกิจสุขภาพมากขึ้น ทำให้ในตลาดตอนนี้มีทั้งผู้เล่นเก่าและผู้เล่นใหม่ที่จะเข้ามาทำให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้น

สำหรับ Absolute การเพิ่มบริการด้าน Wellness และ Recovery จึงเป็นการเตรียมธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจฟิตเนสเพียงรูปแบบเดียว

ธุรกิจฟิตเนสแข่งขันสูง Absolute เลือกโตด้วยบริการสุขภาพ

Absolute Group จำนวนสาขาในประเทศไทยลดลงจากช่วงก่อนโควิด แต่รายได้กลับเติบโตขึ้น

ก่อนโควิด-19 บริษัทเคยมี 13 สาขาในประเทศไทย ปัจจุบันเหลือ 9 สาขา จากการควบรวมสาขาภายใน รวมถึงการปิดสาขาภูเก็ต แต่รายได้กลับฟื้นตัวจากระดับกว่า 300 ล้านบาทในช่วงหลังโควิด-19 มาอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาทต่อปีในปัจจุบัน

บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 20% ในปี 2570 และต้องการผลักดันรายได้ให้แตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2571 โดยมองว่าบริการด้าน Longevity และ Recovery จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญ

ดังนั้น การเติบโตของ Absolute ในระยะต่อไปจึงไม่ได้อยู่ที่การมีสาขามากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเพิ่มบริการให้สมาชิกใช้ได้หลากหลายขึ้น และทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากกว่าเดิม

คนอายุน้อยสนใจสุขภาพมากขึ้น ดัน Strength Training

อีกการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือฐานลูกค้าของ Absolute Boutique Fitness โดยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าประมาณ 80% เป็นผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันทางแบรนด์เริ่มเห็นกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-18 ปีเข้ามาใช้บริการมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่สนใจสร้างกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายแบบ Strength Training หรือ การออกกำลังกายโดยใช้แรงต้าน (เช่น ดัมเบล น้ำหนักตัว หรือยางยืด) เพื่อ สร้างกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และความหนาแน่นของกระดูก

พฤติกรรมนี้ทำให้ Absolute เพิ่ม Strength Training และรูปแบบการฝึกใหม่ ๆ เข้ามาในการรีแบรนด์ จากเดิมที่แบรนด์มีภาพจำอยู่กับ Yoga และ Pilates เป็นหลัก

ขณะเดียวกัน บริการ Recovery ก็ช่วยเปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น เพราะการฟื้นฟูร่างกายไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่ออกกำลังกายหนัก แต่ยังเหมาะกับคนทำงาน คนที่เดินทางบ่อย หรือคนที่ต้องการดูแลร่างกายจากการใช้ชีวิตประจำวัน

ปัจจุบัน Absolute Group มีสตูดิโอทั้งหมด 15 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 9 แห่ง สิงคโปร์ 5 แห่ง และฮ่องกง 1 แห่ง มีลูกค้าใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 600 คนต่อวันต่อสาขา และมีความถี่ในการใช้บริการเฉลี่ย 8-10 ครั้งต่อเดือน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18,000-20,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งค่อนข้างทรงตัวมานานเกือบ 10 ปี

เมื่อค่าใช้จ่ายต่อคนของฐานลูกค้าเดิมไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก การเติบโตของ Absolute Group ในระยะต่อไปจึงต้องมาจากทั้งการเพิ่มสมาชิกใหม่ และการเพิ่มบริการที่ทำให้สมาชิกเดิมกลับมาใช้บริการได้บ่อยและหลากหลายขึ้น

ทิศทางของ Absolute Group จึงกำลังเปลี่ยนจากธุรกิจที่เน้น “การออกกำลังกาย” ไปสู่ธุรกิจที่ต้องการดูแลสุขภาพในหลายช่วงของชีวิต ตั้งแต่การสร้างความแข็งแรง การเคลื่อนไหว ไปจนถึงการพักและฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งสอดรับกับการเติบโตของตลาด Wellness และสุขภาพในเอเชีย และอาจกลายเป็นอีกแรงส่งสำคัญของธุรกิจในระยะต่อไป

เรื่องที่คุณอาจสนใจ