Limit Code Studio ทีมนักพัฒนารุ่นใหม่วัย 22-24 ปี ที่รวมตัวกันจากความชอบด้าน Computer Science สู่ธุรกิจรับพัฒนาซอฟต์แวร์และเว็บไซต์เฉพาะทางตามความต้องการของลูกค้า ด้วยค่าพัฒนาสูงสุด 300,000 บาทต่อโปรเจกต์ เดินหน้าขยายฐานลูกค้าระดับกลาง – บริษัทมหาชน ก่อนตั้งเป้าเจาะตลาดอาเซียนใน 3 ปี
Limit Code Studio กับจุดเริ่มต้นธุรกิจของ 3 โปรแกรมเมอร์รุ่นใหม่

คุณน็อต (ซ้าย) คุณแบงก์ (กลาง) และคุณมาร์ค (ขวา)
ทั้งสามคนเริ่มต้นทำธุรกิจร่วมกันได้อย่างไร?
คุณน็อต คุณแบงก์ และคุณมาร์ค เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการที่พวกเขาได้มีโอกาสรู้จักกันในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เนื่องจากเรียนอยู่ในสาขาเดียวกัน นั่นก็คือสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ Computer Science
ในช่วงที่ยังเรียนอยู่ คุณมาร์คเคยมีประสบการณ์พัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยตัวเองมาก่อน ด้วยความชอบและความสนใจในด้านนี้อยู่แล้ว เมื่อเรียนจบจึงต้องการต่อยอดความรู้และประสบการณ์ที่มีสู่ธุรกิจที่เป็นของตัวเอง จึงได้เริ่มร่างแผนธุรกิจขึ้นมา ก่อนชักชวนคุณน็อตและคุณแบงก์ ซึ่งมีความสนใจและชื่นชอบงานด้านนี้อยู่แล้ว ให้เข้ามาร่วมทีม
การที่ทั้งสามเลือกมาทำธุรกิจด้วยกัน ส่วนหนึ่งมาจากความสัมพันธ์ที่มีมาก่อนหน้า…
“จริง ๆ ในช่วงชีวิตวัยเรียน พวกเราก็ไม่ได้มีแค่เรื่องการเรียนไปเสียทีเดียว เรายังมีทั้งการไปเที่ยวและการใช้ชีวิตด้วยกันมาก่อน จึงได้เห็นว่าไลฟ์สไตล์ของเราทั้งสามคนตรงกัน นิสัยก็คล้าย ๆ กัน เลยคิดว่าเราน่าจะไปกันได้ดี”
เมื่อเริ่มทำงานร่วมกัน ทั้งสามจึงแบ่งหน้าที่ตามความเชี่ยวชาญ คุณมาร์ครับผิดชอบการหาลูกค้า บริหารโปรเจกต์ และรวบรวม Requirement ก่อนจัดสรรงานให้สมาชิกในทีม คุณน็อตดูแลระบบหลังบ้าน ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลลูกค้าไปจนถึง Database ส่วนคุณแบงก์รับผิดชอบงานด้าน UX/UI ซึ่งครอบคลุมทั้งประสบการณ์และรูปลักษณ์ของระบบที่ลูกค้าใช้งาน
รับพัฒนาเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ราคาเริ่มต้น 25,000 บาท
บริการหลักของ Limit Code Studio คือการพัฒนาซอฟต์แวร์และเว็บไซต์ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า โดยมีค่าพัฒนาเริ่มต้น 25,000 บาท ไปจนถึง 300,000 บาทต่อโปรเจกต์ ครอบคลุมตั้งแต่เว็บไซต์บริษัท ระบบ CRM ไปจนถึงระบบหลังบ้านสำหรับจัดการข้อมูลและกระบวนการทำงานของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีโจทย์เข้ามา ทีมจะพิจารณาความต้องการของลูกค้าควบคู่กับความสามารถของตัวเองด้วยเสมอ เพราะงานบางประเภทอาจไม่ใช่งานที่พวกเขาถนัดก็ได้ เช่น งานด้านฮาร์ดแวร์
โจทย์ที่ลูกค้านำเข้ามาส่วนใหญ่มักเริ่มจากการมีไอเดียหรือมองเห็นปัญหาที่ต้องการแก้ไข แต่ยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาให้เป็นระบบที่ใช้งานได้จริงอย่างไร หน้าที่ของทีมจึงเริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ วางโครงสร้างระบบ ไปจนถึงกำหนดฟังก์ชันและลำดับการใช้งานให้สอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
หนึ่งในตัวอย่างคือโปรเจกต์ที่ลูกค้าต้องการสร้างแอปพลิเคชันสำหรับติดต่อเอเจนซี่ เพื่อให้ช่วยดูแลธุระต่าง ๆ ของผู้วายชนม์ ทีมต้องนำแนวคิดดังกล่าวมาวิเคราะห์ต่อว่า แอปพลิเคชันควรมีฟังก์ชันอะไรบ้าง ผู้ใช้งานต้องผ่านขั้นตอนใด และระบบควรเชื่อมโยงแต่ละส่วนอย่างไร เพื่อให้ตอบโจทย์ตามวัตถุประสงค์ของลูกค้า
การพัฒนาระบบให้ตรงกับความต้องการจึงต้องอาศัยข้อมูลตั้งต้นจากลูกค้าด้วย ทางทีมจึงแนะนำให้ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจและแบรนด์ดิ้งให้ชัดเจน ทั้งวัตถุประสงค์ของการพัฒนา รูปแบบการใช้งาน และแนวทางด้านภาพลักษณ์หรือธีมที่ต้องการ เพื่อให้สามารถนำแนวคิดมาต่อยอดเป็นระบบที่ใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Limit Code Studio กับจุดแข็งด้านความเร็วและการทำงานเป็นทีม
หนึ่งใน Feedback ที่พวกเขามักได้รับจากลูกค้าคือ “ความรวดเร็วในการทำงาน” ตั้งแต่การตอบกลับไปจนถึงการปรับแก้รายละเอียดตามความต้องการ โดยทั้งสามคนมองว่าส่วนหนึ่งมาจากความกระตือรือร้นและความชอบในงานที่ทำ เมื่อลูกค้ามีข้อเสนอแนะหรือต้องการปรับเปลี่ยนรายละเอียด ทีมจึงพร้อมดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
ส่วนเรื่องความท้าทายของการทำงานเป็นทีม แม้บางครั้งจะมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ด้วยขนาดทีมที่ยังเล็กและความเชื่อมั่นที่มีต่อกัน ทำให้สามารถพูดคุยและตัดสินใจร่วมกันได้ค่อนข้างคล่องตัว
ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย กับเป้าหมายขยายตลาดสู่บริษัทมหาชนและอาเซียน
สำหรับทิศทางการเติบโตของธุรกิจในปีนี้ Limit Code Studio ต้องการเดินหน้าสร้าง Partnership กับบริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทยให้มากขึ้น ผ่านบริการพัฒนาระบบในรูปแบบ B2B พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทมหาชน
เป้าหมายถัดไปคือการขยายธุรกิจไปยังประเทศอาเซียนภายใน 3 ปี โดยเฉพาะตลาดที่ขาดแคลนแรงงานทักษะสูงด้านเทคโนโลยี ซึ่งมองว่าอาจเป็นโอกาสในการนำบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยเข้าไปตอบโจทย์ธุรกิจในระดับภูมิภาค



ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.limitcode.shop






