ญี่ปุ่นคลายกฎการแต่งกาย ข้าราชการใส่ขาสั้นทำงานได้ รับมือคลื่นความร้อน

ญี่ปุ่นคลายกฎการแต่งกาย ข้าราชการใส่ขาสั้นทำงานได้ รับมือคลื่นความร้อน

กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปรับนโยบายการแต่งกายของข้าราชการให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยอนุญาตให้สวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืด และรองเท้าผ้าใบมาปฏิบัติงานได้ หากเหมาะสมกับลักษณะงานและไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน เพื่อรับมือกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้นและลดการใช้พลังงาน ถือเป็นการต่อยอดแคมเปญ Cool Biz ที่ญี่ปุ่นดำเนินมาต่อเนื่องกว่า 20 ปี

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการแต่งกายอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะวัฒนธรรมการสวมสูทของคนทำงาน แม้ในช่วงฤดูร้อน จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการปรับนโยบายด้านการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

นโยบาย Cool Biz เริ่มใช้ครั้งแรกในปี 2005 สมัยที่ คุณยูริโกะ โคอิเกะ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม เพื่อรณรงค์ให้พนักงานถอดสูทและเนกไทในช่วงฤดูร้อน ช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศภายในอาคารและประหยัดพลังงาน

ล่าสุด กรุงโตเกียวภายใต้การนำของคุณยูริโกะ โคอิเกะ ในฐานะผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว ได้ขยายแนวทางดังกล่าวให้ยืดหยุ่นกว่าเดิม โดยเปิดทางให้ข้าราชการชายสวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืด และรองเท้าผ้าใบมาทำงานได้ หากเหมาะสมกับลักษณะงาน พร้อมเริ่มใช้นโยบายตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2026 ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดของปี

เบื้องหลังของนโยบายดังกล่าวมาจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงในหลายพื้นที่ ขณะที่รัฐบาลยังเดินหน้ารณรงค์ให้ภาครัฐและภาคเอกชนประหยัดพลังงาน ท่ามกลางต้นทุนด้านพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง

แม้ในช่วงแรกข้าราชการบางส่วนจะกังวลว่าการใส่กางเกงขาสั้นอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของการทำงานราชการ แต่หลังจากทดลองใช้นโยบาย หลายคนยอมรับว่าช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนจัด

กรณีของญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเริ่มมีอิทธิพลต่อแนวทางการบริหารองค์กรและนโยบายด้านทรัพยากรบุคคล โดยหลายหน่วยงานเริ่มให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงานควบคู่ไปกับประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงาน

สำหรับประเทศไทย แม้อากาศร้อนจะเป็นเรื่องปกติมานาน แต่หลายองค์กรยังคงใช้แนวปฏิบัติด้านการแต่งกายแบบเดิม กรณีของญี่ปุ่นจึงอาจเป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ กลับมาทบทวนว่า นโยบายการแต่งกายควรปรับให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในการทำงานมากขึ้นหรือไม่

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ