ครูมะนาว สอนแอร์ จากอดีตลูกเรือ Japan Airlines สู่ธุรกิจสอนแอร์ “หน้าแบบไหนก็เป็นแอร์ได้”

ครูมะนาว สอนแอร์ จากอดีตลูกเรือ Japan Airlines สู่ธุรกิจสอนแอร์ “หน้าแบบไหนก็เป็นแอร์ได้”

“ครูมะนาว สอนแอร์” ถ่ายทอดเส้นทางจากเด็กสายวิทย์ที่เริ่มสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่มหาวิทยาลัยปี 2 ผ่านการสมัครสายการบินราว 11 ครั้ง ก่อนก้าวสู่การเป็นลูกเรือ Japan Airlines นาน 7 ปี และนำประสบการณ์ด้านภาษาและงานบริการมาต่อยอดเป็นสถาบันสอนแอร์ในรูปแบบธุรกิจตัวคนเดียว ปัจจุบันมีนักเรียนผ่านหลักสูตรแล้วกว่า 500 คน

อีกด้านหนึ่งของธุรกิจคือการส่งต่อความมั่นใจให้คนที่อยากเป็นลูกเรือ โดยเฉพาะแนวคิดว่า “หน้าแบบไหนก็เป็นแอร์ได้” เพราะการสมัครสายการบินไม่ได้มีเพียงเรื่องรูปลักษณ์ แต่ยังต้องรู้จักจุดแข็งของตัวเอง และเข้าใจว่าบุคลิกแบบไหนเหมาะกับสายการบินแต่ละแห่ง

จากเด็กสายวิทย์ที่ชอบภาษาอังกฤษ

เดิมทีครูมะนาวเป็นสาวชาวขอนแก่นที่ชื่นชอบภาษาอังกฤษและการสื่อสารกับผู้คนมาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อถึงช่วงเลือกเรียนมหาวิทยาลัย เส้นทางกลับพาไปทางวิทยาศาสตร์ โดยเรียน Earth Science หรือวิทยาศาสตร์พื้นพิภพที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นสายที่ครอบครัวมองว่าน่าจะต่อยอดไปสู่อาชีพที่มั่นคงได้

ภาษาอังกฤษยังเป็นสิ่งที่ชอบและถนัดมาตลอด จึงเริ่มรับสอนเพื่อหารายได้เสริมตั้งแต่มหาวิทยาลัยปี 2 ทั้งการสอนตามบ้านและตามสถาบัน

หลังเรียนจบ เข้าสู่การสอนในโรงเรียนผ่านโปรแกรม Intensive English Program ที่โรงเรียนซางตาครู้สศึกษาอยู่ 1 ปี ก่อนย้ายไปทำงานที่ Huawei อีกประมาณ 1 ปี

ช่วงที่ทำงานประจำ ครูมะนาวเริ่มมองเห็นชัดขึ้นว่าตัวเองน่าจะเหมาะกับงานที่ได้ใช้ภาษา พบปะผู้คน และอยู่ในสภาพแวดล้อมนานาชาติ งานลูกเรือจึงกลายเป็นเส้นทางที่อยากลอง ซึ่งสุดท้ายพาไปสู่ Japan Airlines

สมัครแอร์ 11 ครั้ง กว่าจะได้เป็นลูกเรือ Japan Airlines

กว่าจะได้เป็นลูกเรือ Japan Airlines ต้องสมัครสายการบินประมาณ 11 ครั้ง ช่วงแรกเคยตั้งใจสมัคร Qatar Airways แต่ติดเรื่องส่วนสูง จึงหันมามองสายการบินอื่นที่มีเกณฑ์เหมาะกับตัวเองมากกว่า

สุดท้าย Japan Airlines กลายเป็นสายการบินแรกและสายการบินเดียวที่ทำงานด้วย รวม 7 ปี

ระหว่างทำงานบนเครื่องบิน การสอนภาษาอังกฤษก็ยังทำควบคู่ไปด้วย ทั้งสอนออนไลน์ สอนที่สถาบันเตรียมสอบลูกเรือ และสอนพนักงานองค์กร รวมถึงได้รับโอกาสจาก Director ของ Japan Airlines ให้ช่วยออกแบบคอร์สภาษาอังกฤษสำหรับนักบินชาวญี่ปุ่นในช่วงโควิด-19

การสอนจึงไม่ได้เป็นเพียงงานเสริมระหว่างเป็นลูกเรือ แต่กลายเป็นทักษะอีกด้านที่สะสมต่อเนื่อง ขณะที่ประสบการณ์ทำงานกับสายการบินก็ค่อย ๆ กลายเป็นความรู้เฉพาะทางที่นำมาใช้ต่อในอาชีพหลังจากนั้น

มองหา Exit Plan ตั้งแต่ปีที่ 2

แม้จะทำงานกับ Japan Airlines ถึง 7 ปี แต่ความคิดเรื่องอาชีพต่อไปเริ่มขึ้นตั้งแต่ประมาณปีที่ 2 เพราะมองว่าอาชีพลูกเรือมีข้อจำกัดทางร่างกาย และไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำต่อเนื่องไปได้อีก 10 ปีหรือไม่

แทนที่จะรอให้ออกจากงานแล้วค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อ ครูมะนาวจึงเริ่มหาโอกาสใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการทำงาน ทั้งการสอนภาษาอังกฤษและการเข้าไปสอนในสถาบันเตรียมสอบลูกเรือ

เมื่อได้เห็นคนที่มีความฝันอยากเป็นแอร์ แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำประสบการณ์และศักยภาพของตัวเองไปใช้กับการสมัครอย่างไร ความคิดเรื่องการเป็น “ครูสอนแอร์” จึงชัดขึ้น

เมื่อถึงวันที่ออกจาก Japan Airlines จึงไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่มีทั้งประสบการณ์สอนภาษาอังกฤษ ความเข้าใจงานลูกเรือ และประสบการณ์จากการทำงานกับผู้สมัครสะสมอยู่แล้ว โดยครูมะนาวเคยเล่าว่าอยากใช้ความเชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาอังกฤษมาช่วยเติมเต็มความฝันของคนกลุ่มนี้

Solopreneur ที่เลือกดูแลนักเรียนเอง

ครูมะนาวเรียกธุรกิจของตัวเองว่า “Solopreneur” เพราะทำเองตั้งแต่คิดหลักสูตร รับนักเรียน ตอบแชต ตรวจการบ้าน ไปจนถึงช่วยเตรียมตัวสัมภาษณ์

การเลือกทำคนเดียวจึงไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างธุรกิจ แต่เกี่ยวกับวิธีให้บริการด้วย เพราะเมื่อเป็นคนดูแลเองทั้งหมด ก็สามารถควบคุมรายละเอียดของการสอนและรู้จักนักเรียนแต่ละคนได้มากกว่า

ทุกคอร์สจำกัดผู้เรียนไว้ 8 คน เพื่อให้ยังลงรายละเอียดกับแต่ละคนได้ โดยเฉพาะการตรวจบทและการบ้านรายบุคคล

โมเดลนี้อาจไม่ได้ทำให้ธุรกิจโตด้วยจำนวนผู้เรียนได้เร็วที่สุด แต่แลกกับการรักษาระดับการดูแลที่ต้องการไว้ ซึ่งเป็นคุณค่าหลักของบริการตั้งแต่ต้น

สอนแอร์แบบไหน? “สอนเท่าที่จำเป็นต้องใช้” สำหรับสัมภาษณ์ลูกเรือ

หนึ่งในหลักสูตรที่ครูมะนาวออกแบบขึ้นเองคือ English for Cabin Crew เพราะมองว่าคอร์สภาษาอังกฤษทั่วไปอาจยังไม่ตอบสิ่งที่ผู้สมัครแอร์ต้องใช้จริงในการสัมภาษณ์ จึงออกแบบให้เป็นหลักสูตร Short Term ที่เน้นเฉพาะภาษาอังกฤษที่จำเป็นต่อการสมัครลูกเรือ

สิ่งที่นักเรียนต้องการจึงไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น แต่ต้องรู้ด้วยว่าการสัมภาษณ์ลูกเรือต้องเตรียมอะไร และประสบการณ์ที่ตัวเองมีสามารถนำมาใช้ได้อย่างไร

ในชั้นเรียนจึงเริ่มจากการให้นักเรียนรู้จักจุดเด่นของตัวเอง เข้าใจว่างานลูกเรือต้องการอะไร และมองให้ออกว่าประสบการณ์ของตัวเองสามารถ Adapt เข้ากับงานได้ตรงไหน ก่อนนำไปพัฒนาเป็นบทสัมภาษณ์ของแต่ละคน

เพราะฉะนั้น การเรียนจึงไม่ใช่การท่องคำตอบชุดเดียวกันทุกคน แต่เป็นการช่วยหาวิธีนำเสนอตัวเองให้เหมาะกับประสบการณ์และจุดแข็งของแต่ละคน รวมถึงต้องเข้าใจบุคลิกและวัฒนธรรมของสายการบินที่กำลังสมัคร

“หน้าแบบไหนก็เป็นแอร์ได้” เพียงต้องรู้ว่าบุคลิกตัวเองเหมาะกับสายไหน

เรื่องที่ครูมะนาวพบอยู่บ่อยครั้งของผู้ที่ต้องการสมัครแอร์คือความกังวลเรื่องหน้าตา ผู้สมัครจำนวนหนึ่งมีภาพจำว่าหน้าคมต้องเหมาะกับสายการบินตะวันออกกลาง หน้าหมวยต้องเหมาะกับสายการบินเกาหลีหรือญี่ปุ่น และถ้าหน้าตาไม่ตรงกับภาพที่คิดไว้ ก็อาจรู้สึกว่าไม่มีโอกาสตั้งแต่ต้น

จากประสบการณ์ที่พบในการเตรียมผู้สมัคร มุมมองกลับต่างออกไป เพราะหน้าตาไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าจะเป็นแอร์สายไหนได้ เนื่องจากยังมีอีกสิ่งที่ต้องดูควบคู่กันคือ “จริต” หรือบุคลิกที่เข้ากับสายการบินนั้น ๆ โดยครูมะนาวยกตัวเองเป็นตัวอย่างว่า โดยธรรมชาติแล้ว ตนเป็นคน Outgoing พูดจาฉะฉาน และมีพลัง แต่เมื่อต้องสัมภาษณ์ Japan Airlines จึงลองปรับลด Energy ลง เพราะเข้าใจว่าการบริการแบบญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความสุภาพ ความนอบน้อม และการเคารพผู้ใหญ่

ดังนั้น “หน้าแบบไหนก็เป็นแอร์ได้” ไม่ได้หมายความว่าการเตรียมภาพลักษณ์ไม่สำคัญ แต่หมายถึงไม่ควรตัดโอกาสตัวเองเพียงเพราะคิดว่าหน้าตาไม่ตรงกับภาพจำของสายการบินใดสายการบินหนึ่ง

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งอะไร แต่ละสายการบินนั้นมีบุคลิกแบบไหน และเหมาะกับตัวเองหรือไม่

ธุรกิจที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากการขยายให้ใหญ่

แม้มีนักเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ครูมะนาวยังเลือกทำธุรกิจในขนาดที่ดูแลได้ เพราะหากเพิ่มจำนวนผู้เรียนมากเกินไป เวลาที่มีให้นักเรียนแต่ละคนก็อาจลดลง

นี่จึงเป็นธุรกิจที่ไม่ได้วัดการเติบโตจากจำนวนผู้เรียนเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการดูแล ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยการยอมรับข้อจำกัดด้าน Scale ตั้งแต่ต้น

จากเด็กสายวิทย์ที่เริ่มสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่มหาวิทยาลัย สู่ลูกเรือ Japan Airlines และกลับมาสร้างธุรกิจจากทักษะสองด้านที่สะสมมาตลอดหลายปี ทั้ง “ภาษาอังกฤษ” และ “การสอน” เส้นทางนี้จึงไม่ได้เป็นการเปลี่ยนอาชีพแบบตัดขาดจากอดีต แต่เป็นการนำประสบการณ์เดิมมาประกอบกันจนกลายเป็นธุรกิจที่มีรูปแบบของตัวเอง

และสำหรับคนที่ยังลังเลว่าตัวเองมีหน้าตา บุคลิก หรือพื้นฐานเหมาะกับการเป็นแอร์หรือไม่ แนวคิดที่ครูมะนาวส่งต่อมาตลอดยังคงเป็นประโยคเดิมว่า “หน้าแบบไหนก็เป็นแอร์ได้” ขอเพียงรู้จักตัวเอง และรู้ว่าจะนำตัวเองไปอยู่ในสายการบินที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างไร

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ