ถ้าเวลาคือเงิน เศรษฐีระดับบนของโลกก็คงเป็นกลุ่มคนที่เวลามีค่าที่สุด ตารางงานแน่นตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ประชุมข้ามประเทศ บินไปดูงานต่างเมือง ยังต้องดูแลครอบครัวและธุรกิจพร้อมกัน เรื่องจุกจิกอย่างการหาโต๊ะอาหารในร้านที่คิวจองยาวเป็นเดือน หรือการนั่งเทียบราคาเที่ยวบินส่วนตัวจึงไม่ใช่งานที่พวกเขาอยากทำเอง
นี่คือเหตุผลที่โลกมีธุรกิจ “ผู้จัดการไลฟ์สไตล์” ที่คอยดูแลชีวิตประจำวันให้คนกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด และหนึ่งในชื่อที่แวดวงลักชัวรีรู้จักกันดีคือ INSIGNIA (อินซิกเนีย) ที่เพิ่งประกาศเข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ
INSIGNIA ทำธุรกิจอะไร
อินซิกเนียก่อตั้งมากว่าสามทศวรรษ ปักหลักดำเนินงานอยู่ตามเมืองสำคัญทั่วโลก จุดขายของบริษัทคือการเป็นทั้งผู้บริหารจัดการไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคล และผู้ให้บริการโซลูชันการชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียมในเวลาเดียวกัน
ลูกค้าของบริษัทคือกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูง หรือที่เรียกกันว่า High Net Worth (HNW) ทั้งบุคคลทั่วไป ครอบครัว และผู้บริหารระดับสูง โดยมีทีมงานพร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างการจัดโต๊ะอาหาร ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างการวางแผนการเดินทาง เบื้องหลังคือเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกที่คัดสรรมาแล้ว ครอบคลุมสินค้าลักชัวรี การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และประสบการณ์พิเศษที่คนทั่วไปเข้าถึงยาก

นาดา ที. รูเวียร์ (Nada T. Rouviere) ประธานกลุ่มอินซิกเนีย กล่าวว่า ความหรูหราที่แท้จริงเริ่มจากการเข้าใจความต้องการของแต่ละคน ความสัมพันธ์ส่วนตัว การรู้จักใช้ดุลยพินิจ และความใส่ใจทุกรายละเอียดของการบริการ
อินซิกเนียวางตัวตนไว้บน 5 องค์ประกอบ ได้แก่ อิสรภาพ (Freedom) ความพิถีพิถัน (Craftsmanship) ความทุ่มเท (Dedication) การเข้าถึง (Access) และความเป็นไปได้ (Possibility) ช่วยให้ลูกค้ามีอิสระในการใช้ชีวิตตามแบบที่ต้องการ และเข้าถึงสิ่งที่คนอื่นอาจเข้าไม่ถึง
ก้าวแรกในประเทศไทย
การเปิดตัวครั้งนี้จัดภายใต้แนวคิด “A Taste of Insignia” (Unlock the World of Insignia) เป็นงานที่เปิดโอกาสให้คนไทยได้ทำความรู้จักบริการของแบรนด์อย่างใกล้ชิด ทั้งการบริหารจัดการไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคล โซลูชันการชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียม และเครือข่ายระดับสากล
ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ Billionaire Jewellery Card หนึ่งในบัตรชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียมของอินซิกเนีย ซึ่งมาเปิดตัวต่อสาธารณะในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

สำหรับลูกค้าชาวไทย การเข้ามาของอินซิกเนียหมายถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ตั้งแต่การออกแบบประสบการณ์เฉพาะตัว การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางระดับพรีเมียม ไปจนถึงการประสานงานกับพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในแต่ละประเทศ
ความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์
การลงสนามไทยครั้งนี้อินซิกเนียจับมือกับ สยามพิวรรธน์ เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ทั้งสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึงเป็นหนึ่งในเจ้าของและผู้บริหารไอคอนสยาม และสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต
โดยดึงเอาความเชี่ยวชาญของตนมาประกอบกัน ฝั่งอินซิกเนียมีเครือข่ายระดับโลก ขณะที่สยามพิวรรธน์เข้าใจตลาดลักชัวรีและกลุ่มลูกค้า HNW ของไทยอย่างลึกซึ้ง เมื่อนำมารวมกันก็ได้สูตรที่อินซิกเนียมองว่าเหมาะกับการขยายตัวในเอเชียต่อจากนี้
คุณสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Customer Centricity and Engagement ของสยามพิวรรธน์ กล่าวว่า ประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างแท้จริงเกิดจากความร่วมมือที่มีวิสัยทัศน์ และสยามพิวรรธน์ต้องการเปิดโอกาสให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วโลกผ่านบริการและกิจกรรมที่ออกแบบให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน
ในวันที่ “เวลา” และ “ความง่าย” คือความลักชัวรีแบบใหม่ การเข้ามาของอินซิกเนียในไทยจึงน่าจับตา ทั้งในมุมของลูกค้าที่จะมีตัวเลือกใหม่ และในมุมของตลาดลักชัวรีไทยที่กำลังขยับสู่เวทีโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยบทบาทของสยามพิวรรธน์ในฐานะพันธมิตรหลักที่เปิดประตูให้แบรนด์นี้เข้ามาทำความรู้จักกับคนไทยอย่างเป็นทางการ






