ครบ 15 ปี LINE ในไทย เปิดพฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป จากการลบข้อความแบบไม่ทิ้งร่องรอย สู่การกด Reaction แทนส่งสติกเกอร์ พร้อมเดินหน้าดัน Chat Commerce เป็นโอกาสใหม่ของธุรกิจ
ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา LINE กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยฐานผู้ใช้งานกว่า 56 ล้านบัญชี และบัญชี LINE Official Account (LINE OA) มากกว่า 7 ล้านบัญชี โดยกลุ่มธุรกิจที่ใช้งานมากที่สุด ได้แก่ ความงาม แฟชั่น และอาหาร สะท้อนว่า LINE ไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันสำหรับการแชท แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญที่เชื่อมต่อผู้บริโภคกับธุรกิจในแต่ละวัน

ข้อมูลจากงาน LINE Thailand Business Insight 2026 ยังเผยว่า ปัจจุบัน LINE Premium มีสมาชิกกว่า 3 ล้านราย โดยฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Premium Unsend หรือการยกเลิกข้อความแบบไม่ทิ้งร่องรอย ขณะที่ฟีเจอร์ยอดนิยมรองลงมา ได้แก่ App Icon Customize, Premium Backup, Multi Profile และ Hi-res Media in Album
LINE พัฒนาฟีเจอร์ตามพฤติกรรมผู้ใช้แต่ละประเทศ

คุณรัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า LINE ออกแบบฟีเจอร์จากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ในแต่ละประเทศ เนื่องจากรูปแบบการสื่อสารของแต่ละตลาดแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ชาวญี่ปุ่นมักพิมพ์ข้อความให้ครบทุกประเด็นก่อนกดส่ง คล้ายการเขียนอีเมล และให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อความ หากส่งผิดก็มักรีบยกเลิกข้อความทันที จึงทำให้ฟีเจอร์ Premium Unsend ได้รับความนิยมในตลาดญี่ปุ่น ก่อนขยายมาสู่ประเทศไทย
LINE ยังเปิดเผยว่า ผู้ใช้งาน LINE Premium ในไทยเลือกใช้ Premium Unsend หรือการลบข้อความแบบไม่ทิ้งร่องรอย มากกว่าการใช้ Unsend แบบปกติถึง 9 เท่า สะท้อนว่าผู้ใช้ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและประสบการณ์ในการสื่อสารมากขึ้น
คนไทยให้ความสำคัญกับ “มารยาทในการแชท” มากขึ้น
แม้รูปแบบการแชทของคนไทยจะแตกต่างจากญี่ปุ่น โดยนิยมส่งข้อความสั้น ๆ หลายข้อความต่อเนื่องกัน เช่น “วันนี้ว่างไหม” → “ไปกินข้าวกัน” → “เอกมัย” → “ร้านเดิม” มากกว่าการพิมพ์ทุกอย่างในข้อความเดียว แต่ LINE พบว่าพฤติกรรมการสื่อสารของคนไทยกำลังเปลี่ยนไป
จากเดิมที่ผู้ใช้มักส่งสติกเกอร์เพื่อสื่อว่า “รับทราบ” หรือ “โอเค” ปัจจุบันผู้ใช้จำนวนมากเลือก กด Reaction กับข้อความแทน เพราะไม่ต้องสร้างข้อความใหม่และช่วยลดการรบกวนคู่สนทนา
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการให้ความสำคัญกับ “มารยาทในการแชท” มากขึ้น ผู้ใช้ไม่ได้คำนึงเพียงความสะดวกในการสื่อสาร แต่ยังใส่ใจประสบการณ์ของคู่สนทนา และเลือกสื่อสารในรูปแบบที่รบกวนน้อยที่สุด
LINE Premium ไม่ใช่แค่บริการสมาชิก แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาด
นอกจากฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้แล้ว LINE ยังมองว่า LINE Premium สามารถต่อยอดเป็นเครื่องมือทางการตลาดให้กับแบรนด์ได้ เช่น การนำสิทธิ์สมาชิก LINE Premium ไปใช้เป็นสิทธิพิเศษในแคมเปญส่งเสริมการขาย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ
ขณะเดียวกัน LINE พบว่า สมาชิก LINE Premium ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ร่วมกับ LINE SHOPPING และ LINE MAN มีมูลค่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 50% และ 30% ตามลำดับ สะท้อนว่าการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ภายใน Ecosystem ช่วยสร้างคุณค่าให้ทั้งผู้ใช้และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ

ดัน Chat Commerce เป็นเครื่องยนต์ใหม่ของ SME ไทย
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ LINE ประเทศไทย คือการผลักดัน Chat Commerce ให้เป็นช่องทางการเติบโตของธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME
LINE มองว่า ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าผ่านแชทอยู่แล้ว เพราะสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นไซส์ สี หรือข้อมูลสินค้า ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มสินค้าแฟชั่น อาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์
ปัจจุบัน LINE Official Account มียอดบทสนทนาสูงถึง 12,000 ล้านครั้งในปี 2568 และมียอดเพิ่มเพื่อนกว่า 800 ล้านครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นว่า “แชท” ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค และเป็นรากฐานสำคัญของ Chat Commerce ในประเทศไทย
สำหรับผู้ประกอบการ LINE SHOPPING ยังคงเรียกเก็บค่าธรรมเนียม (GP) 3% ขณะที่ MyShop ไม่มีการเก็บ GP เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ SME และสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเติบโตภายในระบบนิเวศของ LINE ได้อย่างยั่งยืน






