ปี 69 ธุรกิจปิดตัวพุ่งเกือบ 14,000 ราย มากกว่าปีก่อน 16.05 % สัญญาณเตือนเศรษฐกิจผันผวน

ปี 69 ธุรกิจปิดตัวพุ่งเกือบ 14,000 ราย มากกว่าปีก่อน 16.05 % สัญญาณเตือนเศรษฐกิจผันผวน

ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีธุรกิจไทยจดทะเบียนเลิกกิจการ 13,785 ราย เพิ่มขึ้น 16.05% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 11,879 ราย ตัวเลขนี้มาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

นับแต่ ม.ค.–ก.ย. 2569 ธุรกิจเลิกกิจการ 13,785 ราย เพิ่มขึ้น 16.05% ทุนจดทะเบียนของธุรกิจที่เลิก 120,740 ล้านบาท มากกว่าปีก่อน 76.03% ขณะที่ธุรกิจเปิดใหม่ 68,286 ราย เพิ่มขึ้น 1.40% ทุนจดทะเบียนของธุรกิจเปิดใหม่ 203,400 ล้านบาท ลดลง 5.05%

ธุรกิจเปิดใหม่ยังมากกว่าธุรกิจปิดตัวอยู่หลายเท่า แต่ทิศทางของสองฝั่งต่างกันชัดเจน ฝั่งเปิดใหม่โตแค่ 1.40% ส่วนฝั่งปิดตัวโตเร็วกว่าเกือบ 12 เท่า

ทำไมธุรกิจปิดตัวเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจาก DBD ชี้ปัจจัยหลักไว้ 3 เรื่อง

1. เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน DBD ระบุว่าธุรกิจไทยยังเจอความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจดันราคาพลังงานและทองคำให้สูงขึ้น สำหรับธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้า ส่งออก หรือใช้พลังงานเข้มข้น ต้นทุนที่ขยับขึ้นกินกำไรได้เร็ว

2. พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ลูกค้าไม่ได้ซื้อแบบเดิม ธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทันทั้งเรื่องช่องทางขายและประสบการณ์ลูกค้า จะเสียเปรียบคู่แข่งที่ขยับก่อน

3. ต้นทุน สภาพคล่อง และหนี้ ย้ำให้ผู้ประกอบการดูแลมากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าธุรกิจจำนวนไม่น้อยกำลังกดดันที่ตรงนี้ พอรายได้ไม่โตตามต้นทุน ก็เหลือทางเลือกไม่มาก

อีกข้อสังเกตจากตัวเลขเดือนกันยายนเดือนเดียว ซึ่งมีธุรกิจเลิก 2,365 ราย เพิ่มขึ้น 10% จากเดือนกันยายนปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.39% จากเดือนสิงหาคม แปลว่าแนวโน้มนี้ยังไม่ได้ชะลอลง

ทุนจดทะเบียนพุ่ง 76%

ทุนจดทะเบียนของธุรกิจที่เลิกกิจการเพิ่มจาก 68,590 ล้านบาท เป็น 120,740 ล้านบาท แต่ทุนที่จดทะเบียนไว้ ไม่ใช่มูลค่าความเสียหายจริง เนื่องจากธุรกิจที่ปิดตัวมีขนาดทุนเฉลี่ยใหญ่ขึ้น เมื่อหารคร่าว ๆ จะได้ราวแปดล้านกว่าบาทต่อราย เทียบกับราวห้าล้านกว่าบาทต่อรายเมื่อปีก่อน ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่อาจถูกดึงขึ้นด้วยบางรายที่ทุนสูงมาก จึงยังสรุปไม่ได้ว่าธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ปิดตัวมากขึ้นจริงหรือไม่

ธุรกิจที่ยังโต

ภาพรวมไม่ได้มืดไปทั้งหมด มีธุรกิจสามกลุ่มที่เปิดใหม่เพิ่มขึ้นแรงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ ร้านขายปลีกเสื้อผ้า 843 ราย เพิ่มขึ้น 89.86%, ขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต 2,039 ราย เพิ่มขึ้น 47.97% และร้านอาหารและภัตตาคาร 3,343 ราย เพิ่มขึ้น 19.39%

ทั้งสามกลุ่มมีจุดร่วมคือเป็นธุรกิจที่ลงทุนเริ่มต้นไม่สูงมาก และตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนปัจจุบัน โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ส่วนทุนจดทะเบียนของสามกลุ่มนี้รวมกันยังไม่ถึงหมื่นห้าพันล้านบาท ขณะที่ทุนรวมของธุรกิจเปิดใหม่ทั้งหมดอยู่ที่กว่า 203,400 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่ว่าคนเข้าตลาดกันมาก แต่เป็นรายเล็กเสียส่วนใหญ่ ทำให้ยอดทุนรวมของธุรกิจใหม่ลดลง 5.05% แม้จำนวนรายจะเพิ่ม หมายความว่าคนยังกล้าเริ่มธุรกิจ แต่เริ่มแบบระมัดระวังเรื่องเงินลงทุนมากขึ้น

ช่วงเดียวกัน DBD เตรียมขีดชื่อนิติบุคคลที่เป็นร้างออกจากทะเบียน 11,234 ราย เหตุผลหลักคือไม่ส่งงบการเงินต่อเนื่อง 3 ปี (8,446 ราย) และจดเลิกแล้วแต่ไม่ชำระบัญชีให้เสร็จ (2,788 ราย) เพื่อทำความสะอาดฐานข้อมูลและกันมิจฉาชีพนำชื่อบริษัทไปแอบอ้าง ไม่ได้นับรวมอยู่ใน 13,785 รายที่เลิกกิจการ และไม่ได้หมายความว่าธุรกิจเหล่านี้เพิ่งล้มในปีนี้ หลายแห่งหยุดดำเนินการมานานแล้ว เพียงแต่ชื่อยังค้างอยู่ในระบบ

การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง

ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 ไทยมีนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่ 1,019,431 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 24.29 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับจำนวนนี้ ธุรกิจที่ปิดตัวใน 9 เดือนคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1.4% ฐานธุรกิจจึงยังไม่ได้สั่นคลอน

DBD สรุปว่าการเติบโตของนิติบุคคลไทยอยู่ในช่วงเริ่มฟื้นตัว และมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัสช่วยเรื่องค่าครองชีพและการใช้จ่ายได้ แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง บางกลุ่มไปต่อได้ บางกลุ่มกำลังประคองตัว

ธุรกิจปิดตัวเพิ่ม 16.05% เป็นสัญญาณเตือนว่าช่วงที่ต้นทุนพลังงานกับเศรษฐกิจโลกยังคาดเดายาก แต่ภาพทั้งหมดยังไม่ใช่วิกฤต ธุรกิจเปิดใหม่ยังมากกว่าปิดตัวหลายเท่า และมีกลุ่มที่โตสวนกระแสอยู่จริง ผู้ประกอบการต้องคุมเงินสดเก่ง ปรับตัวไว และไม่ได้พึ่งสนามแข่งที่ราคาอย่างเดียว

อ้างอิง : DBD

เรื่องที่คุณอาจสนใจ