DERMOND ชี้ผู้บริโภครุ่นใหม่ซื้อจิวเวลรี่ชิ้นแรก 2-3 แสนบาท นิยมใส่เครื่องประดับสะท้อนตัวตนมากกว่าสถานะ

DERMOND ชี้ผู้บริโภครุ่นใหม่ซื้อจิวเวลรี่ชิ้นแรก 2-3 แสนบาท นิยมใส่เครื่องประดับสะท้อนตัวตนมากกว่าสถานะ

คุณสิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ DERMOND แบรนด์ไฟน์จิวเวลรี่สัญชาติไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 27 ปีขึ้นไป เป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยหลายคนตัดสินใจเลือกไฟน์จิวเวลรี่ชิ้นแรกให้ตัวเองในช่วงราคา 200,000-300,000 บาท ขณะที่แหวนและต่างหูเป็นเครื่องประดับที่ได้รับความนิยม แม้ฐานลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นผู้หญิง แต่เริ่มเห็นผู้ชายเลือกซื้อเครื่องประดับเพื่อสวมใส่ด้วยตัวเอง จนปัจจุบันมีสัดส่วนราว 20% ของลูกค้าทั้งหมด

อีกหนึ่งเทรนด์ที่เห็นชัดคือ ผู้บริโภคหันมาเลือกเครื่องประดับที่สะท้อนรสนิยมและตัวตน มากกว่าการสวมใส่เพื่อแสดงสถานะ นิยมหยิบมาแมตช์กับการแต่งตัวในชีวิตประจำวัน หรือ Everyday Look โดย ไวท์โกลด์ และ โรสโกลด์ กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม ขณะเดียวกันผู้บริโภคยังนิยมดีไซน์เรียบง่าย ไม่เน้นชิ้นใหญ่หรือหวือหวา แต่เลือกเครื่องประดับที่เข้ากับสไตล์และบุคลิกของตัวเอง

คุณสิรพัฐ กล่าวว่า จุดเปลี่ยนของตลาดเริ่มเห็นชัดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อรูปแบบการจัดงานแต่งงานเปลี่ยนจากงานขนาดใหญ่เป็นงานที่เล็กลง ส่งผลให้ความต้องการเครื่องประดับสำหรับโอกาสพิเศษลดลง ขณะที่ผู้บริโภคหันมาเลือกเครื่องประดับที่มีขนาดกะทัดรัด สวมใส่ง่าย และใช้งานได้หลากหลายโอกาส

โครงสร้างรายได้ของ DERMOND ในปัจจุบันกระจายตัวค่อนข้างสมดุล โดยเครื่องประดับทั้ง 4 ประเภทหลัก ได้แก่ แหวน กำไล ต่างหู และสร้อย สร้างรายได้ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ประเภทละประมาณ 25% แตกต่างจากอดีตที่แหวนเป็นเครื่องประดับหลักของตลาดไฟน์จิวเวลรี่ แม้สร้อยจะมียอดขายเป็นจำนวนชิ้นน้อยกว่า แต่ยังสร้างรายได้ในสัดส่วนใกล้เคียงกับประเภทอื่น เนื่องจากมีราคาต่อชิ้นสูงกว่า

คุณสิรพัฐ มองว่า ทิศทางของตลาดไฟน์จิวเวลรี่จากนี้ ผู้บริโภคจะเลือกซื้อเครื่องประดับจากรสนิยมและตัวตนเป็นหลัก พร้อมหยิบมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เฉพาะในโอกาสสำคัญ ส่งผลให้ไฟน์จิวเวลรี่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ และมีบทบาทในการแต่งตัวมากกว่าที่เคย

ปัจจุบัน DERMOND ดำเนินธุรกิจมากว่า 34 ปี ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นที่สอง โดยมี 4 สาขา ในประเทศไทย ได้แก่ สยามพารากอน เซ็นทรัล ชิดลม One Bangkok และเซ็นทรัล พัทยา พร้อมขยายตลาดไปยัง 4 ประเทศ ได้แก่ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าสู่มาตรฐาน Responsible Jewellery Council (RJC) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และความยั่งยืนในระดับสากล หลังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน Top 100 Jewelry & Watch Brands of the World 2025 จาก Luxury Lifestyle Awards

ล่าสุด DERMOND เปิดตัวความร่วมมือกับ SARNSARD สตูดิโองานคราฟต์ร่วมสมัยจากจังหวัดตรัง ภายใต้แนวคิด Crafted in Thai, Globally Inspired นำภูมิปัญญาการสานเตยปาหนันมาต่อยอดเป็นผลงาน Installation Art และคอลเลกชัน Woven To Go Jewelry Pouch โดยใช้วัสดุจากชุมชนในจังหวัดตรังที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้ให้ช่างฝีมือในท้องถิ่น และผลักดันงานคราฟต์ไทยสู่ตลาดลักชัวรี่ระดับสากล

สำหรับผู้ที่สนใจเลือกชมคอลเลกชันเครื่องประดับของ DERMOND สามารถเยี่ยมชมได้ที่ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ สยามพารากอน เซ็นทรัล ชิดลม One Bangkok และเซ็นทรัล พัทยา หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: DERMOND Jewelry และ Instagram: @dermond_jewelry

เรื่องที่คุณอาจสนใจ