ไม่นานมานี้มีไวรัลในประเทศไทย หลานสาวของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถ่ายรูปพร้อมแชร์ลงอินสตาแกรม แต่ดันมีคนไทยตาดีไปเห็นว่าเครื่องหอมที่วางอยู่บนโต๊ะห้องนั่งเล่นของเธอ คือเครื่องหอมของคนไทย แบรนด์ ‘REUNROM’ หรือรื่นรมย์นั่นเอง
ทั้งนี้ชาวเน็ตก็ไม่ได้เซอร์ไพรส์มากนัก เพราะเมื่อต้นปี แบรนด์เครื่องหอมแบรนด์นี้ก็เป็นไวรัลเพราะคุณแม่ของอีลอน มัสก์ เองก็ใช้เครื่องหอมนี้ เช่นกัน Marketimes Asia จะพาผู้อ่านมาทำความรู้จักแบรนด์นี้ให้มากขึ้น ว่ามีที่มาจากอะไร เติบโตได้อย่างไร ถึงขั้นที่ได้ไปวางอยู่บนบ้านอภิมหาเศรษฐีระดับนั้นได้
จุดเริ่มต้นของแบรนด์
“ความสุขในทุกๆวัน ยกระดับชีวิตของคุณด้วยศิลปะแห่งการปรับปรุง”
คือปรัชญาของแบรนด์ที่ตั้งใจสื่อสารถึงผู้บริโภค
แบรนด์ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2558 โดยคุณพงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ภายใต้เครือบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘KARMART’ ที่เราน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันอยู่บ้าง แนวคิดหลักของแบรนด์คือต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและสกินแคร์ที่ชูเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดยผสมผสานวัตถุดิบธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ คือขายความเป็นไทยในแบบที่โมเดิร์นมากขึ้น
ซึ่งแบรนด์นี้ค่อนข้างโดดเด่นด้วยการดึงเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยว วิถีชีวิต และประเพณีไทย มาตีความรังสรรค์เป็นกลิ่นหอม พร้อมตั้งชื่อกลิ่นตามย่านหรือจังหวัด เช่น กลิ่นราชบุรี สุขุมวิท ดอยปุย บางน้ำผึ้ง เพื่อทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรมผ่านสัมผัสทางกลิ่น รวมกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์เน้นความมินิมอล เรียบหรู ตัดทอนลวดลายไทยที่ซับซ้อนออก เพื่อตอบโจทย์การเป็นของตกแต่งที่เข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์ทั่วโลก
ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าแบรนด์คิดคอนเซปต์และรังสรรค์ออกมาให้เราเห็นภาพได้ชัดจริง ๆ รวมถึงกลิ่นที่ทำถึงสุด ๆ จึงไม่แปลกใจที่ใครต่อใครต่างซื้อติดมือกลับไปวางที่บ้านกันถ้วนหน้า – เช่นเดียวกับ Kai Trump หลานสาวประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ช่วงขยายฐานลูกค้า: ปรากฏการณ์ ‘กลิ่นราชบุรี’ ครองโซเชียล
ก้านไม้หอมปรับอากาศ ‘กลิ่นราชบุรี’ กลายเป็นไวรัลหนักในแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง TikTok และ Lemon8 โดยมีจุดเด่นคือกลิ่นฟรุตตี้จากองุ่นผสมผสานกับวานิลลา ผู้ใช้งานจำนวนมากรีวิวตรงกันว่ากลิ่นมีความหรูหรา คล้ายบรรยากาศห้องน้ำในห้างสรรพสินค้าชั้นนำหรือสปาพรีเมียม จนผลักดันให้กลิ่นนี้เป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่ง และคว้ารางวัล ELLE Thailand Best of Beauty 2025 ในสาขา Home Scent
ไวรัลที่เกิดจากความบังเอิญ หรืออาจตั้งใจ : การตลาดแบบใหม่ที่ครองใจกลุ่ม Ultra Rich ?
กลุ่ม Ultra Rich แปลตรงความหมายคือเป็นกลุ่มคนที่รวยและมีกำลังซื้อสูงมาก ซึ่ง กลุ่ม Ultra Rich หรือ Ultra High-Net-Worth Individuals (UHNWI) คือบุคคลที่มีทรัพย์สินสุทธิมูลค่าตั้งแต่ 30 ล้านเหรียญฯ สหรัฐ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) ขึ้นไป ภาษาไทยแปลได้ว่ากลุ่มคนรวยระดับมหาเศรษฐี ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็อย่างเช่น Elon Musk ผู้ก่อตั้ง Tesla, SpaceX และเจ้าของแพลตฟอร์ม X Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Meta (Facebook, Instagram)Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon และแน่นอนครอบครัวของ Donald Trump ด้วยเช่นกัน

ย้อนกลับมาที่ความไวรัลที่เกิดขึ้นกับแบรนด์รื่นรมย์ ในเดือนมกราคม หรือเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รื่นรมย์สร้างปรากฏการณ์ตื่นเต้นระดับประเทศ เมื่อ Maye Musk นางแบบระดับตำนานและคุณแม่ของ อีลอน มัสก์ โพสต์ภาพมุมหนึ่งในบ้านลงอินสตาแกรมส่วนตัว โดยมีขวดก้านไม้หอมปรับอากาศดีไซน์ใหม่ของแบรนด์วางตกแต่งอยู่กลางเฟรม ภาพนี้กลายเป็นกระแสไวรัลที่ถูกแชร์ต่ออย่างล้นหลาม ตอกย้ำความสำเร็จในการผลักดันสินค้าไทยให้กลมกลืนกับไลฟ์สไตล์ระดับสากล และล่าสุด Kai Trump หลานสาวของ Donald Trump ก็เพิ่งโพสต์ภาพลงอินสตาแกรมไปตาม ๆ กัน

โดยเมื่อวิเคราะห์จากหลาย ๆ ไวรัลของแบรนด์ที่ผ่านมา หากสังเกตจะเห็นว่าทุกภาพที่ออกมาจะมีแพทเทิร์นการถ่ายภาพคล้าย ๆ กัน คือ มีบุคคลที่มีอิทธิพลไม่ว่าจะทางอุตสาหกรรมใดก็ตาม (หลัง ๆ โฟกัสไปที่กลุ่ม Ultra-rich) ที่กำลังนั่งอยู่ และมีเครื่องหอมแบรนด์รื่นรมย์วางอยู่ใกล้ ๆ เหมือนตั้งใจ แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจในเวลาเดียวกัน และรูปแบบการโพสต์บนโซเชียลก็ไม่มีการแท็กแบรนด์ ไม่มีการเมนชันถึงชื่ออะไรที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ทั้งสิ้น ทำให้ผู้ติดตามมึนงงตาม ๆ กัน ว่าสรุปอันนี้คือโปรโมทเนียน ๆ หรืออย่างไรกันแน่
กระแสโซเชียลต่างมีความเห็นมากมายต่อไวรัลครั้งนี้ บ้างก็มองว่าการที่อยู่ ๆ แบรนด์เล็ก ๆ จากประเทศไทยจะไปอยู่ตรงนั้นได้มันอาจจะบังเอิญเกินไป เจ้าของแบรนด์ทุ่มงบจ้างโปรโมทเนียน ๆ หรือเปล่านะ ? บ้างก็มองว่า แบรนด์คงไม่ได้ตั้งใจจะซื้อโฆษณาอะไรหรอก เพียงแต่ว่าบังเอิญของคุณภาพดีจริง ๆ และกลุ่มลูกค้าก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ซื้อ ใช้ แล้วดันถ่ายภาพติดก็เท่านั้น
ซึ่งประเด็นนี้เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าอะไรคือเรื่องจริง และพูดไม่ได้เต็มปากว่านี่คือการตลาดที่ทางแบรนด์ต้องการตีกลุ่มเป้าหมาย Ultra-rich อยู่แล้ว หรือดันบังเอิญมีมหาเศรษฐีซื้อไปใช้จริง ๆ แต่สุดท้ายแล้วปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น – ทั้งด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันก็ถือว่าเป็นมาร์เก็ตติ้งที่น่าสนใจ และเรียกกระแสได้ดีมากทีเดียว






