ทำความรู้จัก ‘Wimbledon’ การแข่งขันเทนนิสประจำปี ที่รวมคนเทสต์ดี Old Money เข้าชม!

ทำความรู้จัก ‘Wimbledon’ การแข่งขันเทนนิสประจำปี ที่รวมคนเทสต์ดี Old Money เข้าชม!

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนที่เล่นโซเชียลมีเดียน่าจะได้เห็นภาพของเหล่าเซเลบริตี้ คนดัง รวมถึงผู้ชมที่แต่งตัวสไตล์ Old Money กันอย่างโดดเด่น เพื่อเดินทางไปร่วมชมการแข่งขันเทนนิสที่ประเทศอังกฤษ จนหลายคนอาจเผลอคิดว่านี่คือแฟชั่นโชว์ระดับโลก แต่แท้จริงแล้วคือการแข่งขันเทนนิสที่ทรงอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นมาอย่างยาวนาน

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก Wimbledon ทัวร์นาเมนต์เทนนิสที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งไม่ได้มีดีแค่การแข่งขันระดับตำนาน แต่ยังเป็นเวทีที่ผู้คนจากทั่วโลกหยิบลุค Old Money และ Quiet Luxury มาอวดกันทุกปี จนกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของรายการ

‘Wimbledon’ ทัวร์นาเมนต์ระดับตำนาน

Wimbledon (วิมเบิลดัน) คือ 1 ใน 4 การแข่งขันเทนนิสระดับแกรนด์สแลม (Grand Slam) ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับเมเจอร์สูงสุดของวงการ และยังเป็นรายการที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1877 (พ.ศ. 2420)

ความพิเศษที่ทำให้นักกีฬาและแฟนเทนนิสทั่วโลกต่างใฝ่ฝันอยากมาเยือน คือการเป็นแกรนด์สแลมเพียงรายการเดียวในปัจจุบันที่ยังคงแข่งขันบน คอร์ทหญ้าจริง โดยในหนึ่งปีจะจัดขึ้นเพียงครั้งเดียว ช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ทำให้การแข่งขันรายการนี้กลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ฤดูร้อนที่แฟนเทนนิสทั่วโลกรอคอย

ส่วนราคาบัตรเข้าชมเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 33 ปอนด์ ไปจนถึงราว 350 ปอนด์ ขึ้นอยู่กับประเภทของที่นั่ง คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,490–15,800 บาท และหากเป็นบัตรรีเซลล์ ราคาก็อาจสูงกว่านี้หลายเท่าตัว

ถอดรหัสสไตล์ Old Money บนอัฒจันทร์ Wimbledon

นอกจากเกมการแข่งขัน สิ่งที่หลายคนจับตามองไม่แพ้กัน คือการแต่งตัวของผู้ชม ซึ่งเต็มไปด้วยสไตล์ Old Money หรือ Quiet Luxury ที่เน้นความเรียบง่าย แต่ดูแพง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตลินิน สูทสั่งตัด เดรสโทนสีอ่อน หรือแว่นกันแดดดีไซน์คลาสสิก

แล้วเสน่ห์ของการแต่งตัวแบบนี้มาจากไหน?

ข้อกำหนดการแต่งกายอันเข้มงวดของผู้เข้าแข่งขัน
Wimbledon มีกฎอันเป็นเอกลักษณ์ที่กำหนดให้นักกีฬาต้องสวมชุดแข่งขันสีขาวเกือบทั้งหมด ภาพลักษณ์ที่เรียบ สะอาดตา และสง่างาม จึงค่อย ๆ ส่งอิทธิพลต่อบรรยากาศและการแต่งตัวของผู้ชมตามไปด้วย

รากฐานจากวัฒนธรรมชนชั้นสูงของอังกฤษ
แต่เดิม เทนนิสถือเป็นกีฬาของชนชั้นสูงอังกฤษ (Aristocracy) การแต่งตัวเพื่อเข้าชมการแข่งขันจึงสะท้อนทั้งรสนิยม มารยาท และการให้เกียรติสถานที่ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็นสมาชิกของราชวงศ์อังกฤษร่วมชมการแข่งขันจาก Royal Box อยู่เป็นประจำ

ธรรมเนียมที่ส่งต่อมาถึงคนรุ่นใหม่
แม้เวลาจะผ่านมากว่าศตวรรษ แต่ความเรียบหรูของ Wimbledon ก็ยังคงได้รับความนิยม ประกอบกับกระแส Quiet Luxury ที่กลับมาได้รับความสนใจ ทำให้หลายคนเลือกแต่งตัวในโทนคลาสสิกเมื่อเดินทางมาชมการแข่งขัน ขณะที่แบรนด์แฟชั่นระดับลักชัวรีจำนวนไม่น้อยก็ใช้ Wimbledon เป็นพื้นที่สร้างภาพลักษณ์ ผ่านการแต่งตัวของนักแสดง เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์ที่มาร่วมงาน

นอกจากนี้ นักเทนนิสหลายคนยังให้ความสำคัญกับแฟชั่นในช่วงเดินลงสนามอีกด้วย หนึ่งในลุคที่กลายเป็นไวรัลทุกครั้งที่ปรากฏตัว คือ นาโอมิ โอซากะ (Naomi Osaka) นักเทนนิสลูกครึ่งญี่ปุ่น-เฮติ ที่เลือกสวมชุดซึ่งได้แรงบันดาลใจจากกิโมโนสีขาวก่อนลงแข่งขัน ผสมผสานเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัย จนได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วโลก

‘เพราะ Wimbledon คือพื้นที่ของคนมีเทสต์’

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Wimbledon จะไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้สะท้อนรสนิยมของตัวเอง ตั้งแต่คอร์ทหญ้าที่ได้รับการดูแลอย่างประณีต เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Strawberries and Cream ไปจนถึงการรวมตัวของเซเลบริตี้ ราชวงศ์ และบุคคลสำคัญจากทั่วโลก

การได้ตั๋วเข้ามาชมการแข่งขัน พร้อมหยิบชุดตัวโปรดสไตล์คลาสสิกมาสวมใส่ จึงเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่หลายคนเฝ้ารอ ตลอดเวลากว่า 140 ปี Wimbledon ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเทนนิสระดับโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ที่กีฬา ประวัติศาสตร์ และแฟชั่นหลอมรวมเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่ทั้งคอกีฬาและสายแฟชั่นต่างใฝ่ฝันว่าจะได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง