กว่าที่ Yuedpao (ยืดเปล่า) จะมาถึงจุดนี้ แบรนด์ไม่ได้เติบโตจากการขายเสื้อยืดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการมองเห็นปัญหาที่ผู้บริโภคเจออยู่ทุกวัน นั่นคือเสื้อยืดที่ย้วย หด หรือเสียทรงหลังซัก จนต้องซื้อใหม่อยู่เรื่อย ๆ
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 คุณทนงศักดิ์ แซ่เอี้ยว ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Yuedpao นำเงินทุนเพียง 8,000 บาท มาพัฒนาเสื้อยืดที่ใช้ผ้า Cotton ผสม Polyester เพื่อให้ได้ทั้งความนุ่มและความคงรูป ก่อนเปิดขายในราคา 100-150 บาท พร้อมสื่อสารผ่านสโลแกน “ยืดแต่ไม่ย้วย” ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างภาพจำให้กับแบรนด์
ในช่วงแรก Yuedpao เลือกวางจำหน่ายที่ ตลาดนัดจตุจักร ควบคู่กับการเปิดเพจบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสสินค้าจริง ขณะที่ช่องทางออนไลน์ช่วยสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้าไปพร้อมกัน
แทนที่จะอธิบายคุณสมบัติของเนื้อผ้าด้วยศัพท์เทคนิค แบรนด์กลับเลือกสื่อสารด้วยประโยคสั้น ๆ อย่าง “ยืดแต่ไม่ย้วย”เพราะเป็นภาษาที่ผู้บริโภคเข้าใจได้ทันทีว่าสินค้าช่วยแก้ปัญหาอะไร
อย่างไรก็ตาม การทำให้คนรู้จักไม่ใช่เรื่องยากที่สุด แต่การทำให้คนเชื่อต่างหากคือโจทย์สำคัญ
Yuedpao จึงเลือกพิสูจน์สินค้าผ่านคอนเทนต์ แทนการโฆษณาแบบเดิม ๆ โดยคุณทนงศักดิ์มักหยิบเสื้อมายืด ดึง หรือฟาดลงกับโต๊ะ ก่อนหยิบขึ้นมาให้ดูว่าเสื้อยังคงรูปเหมือนเดิม คลิปเหล่านี้กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย เพราะตอบคำถามที่ผู้บริโภคอยากรู้มากที่สุดว่า “เสื้อตัวนี้ไม่ย้วยจริงหรือเปล่า” มากกว่าการบอกว่าสินค้าดีอย่างไร
เมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก Yuedpao ก็เริ่มต่อยอดการตลาดจากการขายคุณสมบัติของสินค้า ไปสู่การสร้างบทสนทนากับผู้บริโภคผ่านแคมเปญต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับ แน็ก ชาลี ในช่วงที่เขากำลังเป็นกระแสเรื่องของความติสต์และหลุดโลก ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ด้วยคอนเทนต์ที่เป็นธรรมชาติและเข้ากับบุคลิกของศิลปิน จนเกิดการแชร์ต่อบนโลกออนไลน์ในวงกว้าง
จากนั้น Yuedpao เปิดตัวแคมเปญ Your Size Fits All ที่ชวน ปิงปอง ธงชัย และ รัศมีแข มาร่วมสื่อสารว่า เสื้อผ้าไม่ควรถูกจำกัดด้วยรูปร่าง แคมเปญนี้ได้รับความสนใจจากการหยิบประเด็นความหลากหลายของรูปร่างมาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย จนเกิดการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียจำนวนมาก
อีกหนึ่งแคมเปญที่สร้างการจดจำคือ “ยืดป่ะ? ยืดเปล่า!” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้านำเสื้อมาทดลองยืดหน้าร้านเพื่อรับส่วนลด เปลี่ยนคำโฆษณาให้กลายเป็นกิจกรรมที่ผู้บริโภคได้พิสูจน์สินค้าด้วยตัวเอง ก่อนต่อยอดเป็นคลิปรีวิวและคอนเทนต์จากผู้ใช้งานจริงบนโลกออนไลน์
ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็กลายเป็นอีกจังหวะสำคัญของธุรกิจ แม้หลายแบรนด์จะชะลอการลงทุน แต่ Yuedpao กลับมองเห็นโอกาสจากพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าที่ทยอยว่างลง จึงเร่งขยายหน้าร้านควบคู่กับการเติบโตของช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองสวมใส่และสัมผัสสินค้าจริง
ผลลัพธ์สะท้อนผ่านการเติบโตของทั้งรายได้และจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่อง
- ปี 2562 : รายได้ 26 ล้านบาท | ยังไม่มีหน้าร้านถาวร
- ปี 2563 : รายได้ 117 ล้านบาท | 1-3 สาขา
- ปี 2564 : รายได้ 218 ล้านบาท | 15 สาขา
- ปี 2565 : รายได้ 506 ล้านบาท | 40 สาขา
- ปี 2566 : รายได้ 803 ล้านบาท | 60+ สาขา
- ปี 2567 : รายได้ 1,183 ล้านบาท | 70 สาขา
- ปี 2568 : รายได้ 1,558 ล้านบาท | 85+ สาขา
- ปัจจุบัน (2569) : 90+ สาขา | เปิด Flagship Store แห่งแรก
จากร้านเสื้อยืดที่เริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 8,000 บาท และล็อกเล็ก ๆ ในตลาดนัดจตุจักร วันนี้ Yuedpao เติบโตเป็นแบรนด์ที่มีรายได้กว่า 1,500 ล้านบาท พร้อมเครือข่ายหน้าร้านมากกว่า 90 สาขา ทั่วประเทศ
โดยก้าวล่าสุดของแบรนด์คือการลงทุนกว่า 30 ล้านบาท เปิด Flagship Store แห่งแรกที่ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ บนพื้นที่ 763 ตารางเมตร เพื่อรวบรวมสินค้าของแบรนด์ไว้ในพื้นที่เดียว และจะใช้เป็นต้นแบบสำหรับการขยาย Flagship Store อีก 4 สาขาภายใน 1 ปี พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการผลักดัน Yuedpao ให้เติบโตเป็นแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยในระดับสากล
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า ข่าวสาร และกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทางเว็บไซต์ www.yuedpao.com และช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ Yuedpao



