บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันเครือข่ายและสมาร์ทโฮมภายใต้แบรนด์ Tapo by TP-Link เดินหน้ารุกตลาด Smart Home ไทยเต็มรูปแบบ ผ่านการเปิดตัว “Aireal” เทคโนโลยี AI ผู้ช่วยภายในบ้านที่สามารถวิเคราะห์และตอบคำถามเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวภายในบ้านได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การตรวจจับบุคคลแปลกหน้า ไปจนถึงการสรุปพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงผ่านภาษาธรรมชาติ เสมือนมีผู้ช่วยอีกคนคอยสอดส่องความเป็นอยู่ภายในบ้านตลอดเวลา
คุณเดฟ เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดให้บริการ “Aireal” ในประเทศไทยช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ในรูปแบบ Subscription รายเดือน โดยระบบ AI ดังกล่าวพัฒนาร่วมกับ Microsoft และสามารถจดจำสมาชิกภายในบ้านได้ เพื่อให้ AI เข้าใจบริบทการใช้ชีวิตของแต่ละคนได้แม่นยำมากขึ้น พร้อมยกระดับสมาร์ทโฮมจากระบบสั่งงานทั่วไป ไปสู่ผู้ช่วยที่สามารถสื่อสารกับผู้ใช้งานผ่านภาษาธรรมชาติได้เหมือนคนในครอบครัว
ผู้ใช้งานสามารถถาม AI ได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน เช่น “ตอนนี้คุณยายกำลังทำอะไรอยู่” “วันนี้ใครเล่นกับแมวของฉันบ้าง” “คุณแม่ทานข้าวไปแล้วหรือยัง” หรือ “ช่วงเย็นมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านไหม” โดยระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน ก่อนสรุปออกมาเป็นคำตอบแบบเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์มเดียว
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Tapo ในการต่อยอดจากธุรกิจกล้องวงจรปิด Wi-Fi ไปสู่การสร้าง Smart Home Ecosystem แบบครบวงจร หลังตลาดสมาร์ทโฮมไทยเริ่มขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลสัตว์เลี้ยง ผู้สูงอายุ และความปลอดภัยภายในบ้านมากขึ้น
ปัจจุบัน Tapo มีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันในไทยมากกว่า 1 ล้านดาวน์โหลด และมีกล้องถูกติดตั้งในประเทศไทยแล้วราว 1.5 ล้านตัว ขณะที่ยอดขายกลุ่มสมาร์ทโฮมของบริษัทเติบโตเฉลี่ยราว 55-60% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของตลาดรวม
แม้ตลาด Smart Home ไทยจะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน แต่บริษัทมองว่า Pain Point สำคัญยังอยู่ที่ภาพจำของผู้บริโภคที่มองว่าสมาร์ทโฮมเป็นสินค้าราคาแพงและใช้งานซับซ้อน โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่การเข้าถึงตลาดยังต่ำเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ
บริษัทจึงเลือกใช้กลยุทธ์ “Affordable Smart Home” ผ่านการพัฒนาสินค้าในระดับราคาที่เข้าถึงง่าย โดยมีผลิตภัณฑ์เริ่มต้นต่ำกว่า 1,000 บาท เช่น กล้อง Wi-Fi และ Smart Plug ควบคู่กับการออกแบบระบบติดตั้งและสั่งงานผ่านสมาร์ตโฟนให้ใช้งานได้ง่าย เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานไปยังกลุ่มผู้บริโภควงกว้างมากขึ้น
ขณะเดียวกัน Tapo ยังเลือกพัฒนาสินค้าแบบไม่แตกโมเดลจำนวนมาก โดยแต่ละประเภทสินค้าจะมีเพียง 2-3 รุ่น เพื่อให้ครอบคลุมฟังก์ชันหลักที่จำเป็นต่อการใช้งานจริงภายในบ้าน และลดความซับซ้อนในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
อีกหนึ่งเทรนด์ที่บริษัทเริ่มเห็นชัด คือการเติบโตของการติดตั้งกล้องวงจรปิดในคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์และครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่บ้านลำพัง ซึ่งทำให้ “กล้อง” ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสร้างความอุ่นใจให้กับการใช้ชีวิตประจำวัน
ข้อมูลจากบริษัทพบว่า ปัจจุบันผู้ซื้อสินค้ากว่า 70% ยังเป็นผู้ชาย และเกือบทุกบ้านที่เริ่มต้นใช้งานสมาร์ทโฮม มักเริ่มจากการติดตั้งกล้องวงจรปิดอย่างน้อย 1 ตัว ก่อนขยายไปสู่อุปกรณ์อื่นภายในบ้าน
สำหรับ Tapo การเปิดตัว “Aireal” จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มฟีเจอร์ AI ให้กับอุปกรณ์ภายในบ้าน แต่เป็นการต่อยอดบทบาทของสมาร์ทโฮมให้กลายเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเรียนรู้ เข้าใจ และตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยได้ใกล้เคียงกับการใช้ชีวิตจริงมากขึ้นในอนาคต



