กรณีศึกษา “ตู้เต่าปั่น” สมูทตี้ผลไม้ไทย การสร้างแบรนด์ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างไร?

กรณีศึกษา “ตู้เต่าปั่น” สมูทตี้ผลไม้ไทย การสร้างแบรนด์ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างไร?

ผลไม้ไทยเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่มีความหลากหลายทั้งสายพันธุ์ รสชาติ และแหล่งเพาะปลูก แต่โจทย์สำคัญของเกษตรกรไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้ได้ผลผลิตเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงการหาตลาดและสร้างมูลค่าให้ผลผลิตสามารถขายได้ในราคาที่เหมาะสม

เพราะผลไม้ชนิดเดียวกัน เมื่ออยู่ในสถานะที่ต่างกัน ราคาก็ย่อมต่างกันตามไปด้วย อย่างผลไม้ที่ถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เครื่องดื่ม หรือแม้แต่ผลไม้อบแห้ง ราคาก็ย่อมมีสูงกว่าผลไม้ที่ขายแบบชั่งกิโล

Gourmet Market ภายใต้เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงนำแนวคิดนี้มาต่อยอดผ่านความร่วมมือกับ TAOBIN (เต่าบิน) เปิดตัว “ตู้เต่าปั่น” หรือ REAL FRUIT SMOOTHIE ตู้จำหน่ายสมูทตี้ผลไม้อัตโนมัติที่นำผลไม้ไทยจากแหล่งเพาะปลูกคุณภาพมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ ราคาเริ่มต้น 59 บาท ภายใต้คอนเซ็ป REAL BLEND, REAL FRUIT

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองธุรกิจมาเชื่อมต่อกัน โดย Gourmet Market รับหน้าที่คัดสรรผลไม้จากแหล่งเพาะปลูกทั่วประเทศ ขณะที่ TAOBIN นำเทคโนโลยี Smart Vending Machine มาพัฒนาเป็นช่องทางจำหน่ายเครื่องดื่มรูปแบบใหม่

จากผลไม้หน้าสวนสู่สินค้าไลฟ์สไตล์ การสร้างแบรนด์ช่วยเพิ่มมูลค่าได้อย่างไร?

การเพิ่มมูลค่าจากผลไม้สดธรรมดาไปสู่สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น ไม่ใช่เรื่องของการบวกกำไรเพิ่มแบบลอยๆ แต่เป็นการ “เปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภค” จากการซื้อวัตถุดิบเป็นการซื้อประสบการณ์และคุณค่า ซึ่งย่อยสาเหตุที่ทำให้ตั้งราคาแพงขึ้นได้เป็น 4 ข้อหลักๆ ดังนี้

1. ยกระดับจากการขาย “วัตถุดิบ” เป็นการขาย “ความสะดวกและประสบการณ์”

  • เปลี่ยนรูปแบบสินค้า: ผลไม้สดหน้าสวนมีข้อจำกัดเรื่องเน่าเสีย ตรวจสอบคุณภาพยาก และผู้ซื้อต้องนำไปปอกหรือคั้นเอง
  • สร้างมูลค่าใหม่: พอแปรรูปเป็นสมูทตี้พร้อมดื่ม ลูกค้าไม่ได้จ่ายแค่ค่าผลไม้ แต่จ่ายให้กับความสะดวก รสชาติที่ปรุงมาอร่อยลงตัว หน้าตาที่สวยงามน่าถ่ายรูป และความสดชื่นทันทีที่ดื่ม

2. เปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน “ราคา” มาเป็นการสร้าง “แบรนด์”

  • ก้าวพ้นสงครามราคา: ผลไม้สดทั่วไปมักถูกกดราคาตามตลาดและต้องแข่งกันที่ขนาดหรือความสวยของลูก แต่แบรนด์ช่วยสร้างตัวตนเฉพาะตัวขึ้นมา
  • สร้างการจดจำ: เมื่อสินค้ามีแบรนด์ ผู้บริโภคไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่ “น้ำผลไม้” แต่เป็น “เครื่องดื่มจากแบรนด์ X” ซึ่งทำให้เกิดความไว้วางใจ และยินดีจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับมาตรฐานและคุณภาพที่แบรนด์การันตี

3. ใส่ “Storytelling” เพิ่มคุณค่าทางจิตใจ (Emotional Value)

  • สร้างเรื่องราวให้วัตถุดิบ: ตัวอย่างเช่น ตู้เต่าปั่น ไม่ได้บอกแค่ว่าเป็น “น้ำมะม่วง” หรือ “น้ำกล้วย” แต่ระบุชัดเจนถึงสายพันธุ์และแหล่งเพาะปลูกท้องถิ่น
  • อินกับแบรนด์ง่ายขึ้น: การบอกเล่าเรื่องราวแหล่งกำเนิดทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้อุดหนุนเกษตรกร ได้ดื่มวัตถุดิบเกรดพรีเมียมที่มีที่มาที่ไป เรื่องราวเหล่านี้เปลี่ยนสินค้าธรรมดาให้มีเสน่ห์ และทำให้ลูกค้ารู้สึก “คุ้มค่า” ที่ได้จ่ายในราคาที่สูงขึ้น

4. ขยายช่องทางให้เข้าถึงง่ายและทันสมัย (Accessibility)

  • เสิร์ฟถึงมือในจังหวะที่ใช่: การนำผลไม้มาอยู่ในรูปแบบเครื่องดื่มอัตโนมัติหรือหน้าร้านสไตล์ไลฟ์สไตล์ ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องเดินตลาดสด ทำให้สินค้านั้นตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองได้อย่างตรงจุด

มูลค่าที่เพิ่มขึ้น จึงไม่ได้มาจากตัวผลไม้ที่แพงขึ้น แต่มาจาก ค่าความสะดวก + คุณภาพที่คัดสรร + เรื่องราวที่น่าประทับใจ + ภาพลักษณ์ของแบรนด์ สิ่งเหล่านี้รวมกันจนกลายเป็น “สินค้าไลฟ์สไตล์” ที่ผู้บริโภคเต็มใจจ่ายเงินเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้สึกว่าแพง

เมื่อผลไม้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ความสวยงาม ยังสามารถสร้างมูลค่าได้

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจของการนำผลไม้มาแปรรูป คือโอกาสในการใช้ประโยชน์จากผลผลิตที่อาจไม่ผ่านเกณฑ์รูปลักษณ์สำหรับจำหน่ายเป็นผลไม้สด

โดยปกติผลไม้ที่มีขนาดเล็ก รูปร่างไม่สม่ำเสมอ หรือมีตำหนิบริเวณเปลือก อาจมีข้อจำกัดในการวางจำหน่ายบนชั้นสินค้า แม้ว่าภายในจะยังมีคุณภาพด้านรสชาติและเหมาะสมต่อการบริโภคก็ตาม

การนำผลไม้เหล่านี้มาตัดแต่งและแปรรูปเป็นวัตถุดิบสำหรับสมูทตี้ จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากผลผลิตทางการเกษตรให้คุ้มค่ามากขึ้น โดยต้องผ่านการคัดเลือกด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารก่อนนำมาใช้

นอกจากนี้ การแปรรูปผลไม้เป็นวัตถุดิบแช่แข็งด้วยเทคโนโลยี IQF (Individual Quick Freezing) ยังช่วยยืดระยะเวลาการจัดเก็บวัตถุดิบ ทำให้สามารถบริหารจัดการผลไม้ที่มีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวแตกต่างกัน และนำมาใช้ผลิตเครื่องดื่มได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น

ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อภาคเกษตร เพราะการเพิ่มช่องทางใช้ประโยชน์จากผลผลิตที่ไม่เหมาะกับการจำหน่ายสด อาจช่วยลดข้อจำกัดในการระบายสินค้าและเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้เกษตรกร

TAOBIN กับการขยายบทบาทของ Smart Vending Machine สู่ตลาดอาหารสุขภาพ

ขณะเดียวกัน การเปิดตัวตู้เต่าปั่นยังเป็นกรณีศึกษาของการต่อยอดธุรกิจ Vending Machine จากเครื่องดื่มชงอัตโนมัติไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ต้องอาศัยการจัดการวัตถุดิบสดและระบบควบคุมอุณหภูมิ

TAOBIN มีเครือข่ายตู้จำหน่ายเครื่องดื่มมากกว่า 8,500 ตู้ทั่วประเทศไทย โดยมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีการจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและเครือข่ายทำเลที่เข้าถึงผู้บริโภค

โดยตู้เต่าปั่นมีความแตกต่างจากตู้เต่าบินทั่วไปในด้านการบริหารจัดการวัตถุดิบ เนื่องจากต้องใช้ระบบแช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพของผลไม้ รวมถึงระบบทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโถปั่นและใบมีดหลังการใช้งาน

การขยับมาสู่ตลาดสมูทตี้จึงเปิดโอกาสให้ TAOBIN ทดลองต่อยอดความสามารถของเทคโนโลยี Vending Machine ไปยังสินค้าเครื่องดื่มที่มีความซับซ้อนด้านวัตถุดิบมากขึ้น โดยมี Gourmet Market เข้ามาสนับสนุนด้านการคัดสรรผลไม้และการเข้าถึงแหล่งผลิต

ขณะเดียวกัน โมเดลนี้ยังทำให้เห็นโอกาสของการนำสินค้าเกษตรและอาหารสดเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายอัตโนมัติ ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นได้ในอนาคต

สร้างตลาดใหม่ให้ผลไม้ไทย ต้องทำให้คุณค่ากลับไปถึงเกษตรกรด้วย

ท้ายที่สุด การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านการสร้างแบรนด์จะมีความหมายมากขึ้น หากสามารถสร้างประโยชน์กลับไปถึงผู้ผลิตต้นทางได้จริง

เพราะแม้การนำผลไม้มาแปรรูปเป็นสมูทตี้จะช่วยสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีราคาขายสูงขึ้น แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กันคือ เกษตรกรได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ทั้งในด้านราคาการรับซื้อ ปริมาณผลผลิตที่สามารถจำหน่ายได้ และความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อ

สำหรับ Gourmet Market มีแนวทางสนับสนุนเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผ่านการรับซื้อผลผลิตโดยตรง รวมถึงการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อช่วยกระจายผลไม้ตามฤดูกาลเข้าสู่ช่องทางค้าปลีก

ความร่วมมือกับ TAOBIN จึงเป็นอีกช่องทางในการนำผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะคนเมืองที่อาจไม่ได้เลือกซื้อผลไม้สดจากตลาดเป็นประจำ แต่สามารถเข้าถึงผลไม้เหล่านี้ผ่านเครื่องดื่มพร้อมดื่มได้

สำหรับเมนูของตู้เต่าปั่นมีทั้งหมด 10 เมนู อาทิ TROPICAL SUNRISE, BERRY BERRY, PINA PASSION, GLOWY SKIN และ LIGHT & LEAN โดยนำผลไม้ท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบสำคัญ เช่น สับปะรดภูแลจากจังหวัดเชียงราย กล้วยหอมทองพบพระจากจังหวัดตาก มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจากจังหวัดเพชรบูรณ์ และแตงโมซอนญ่าจากจังหวัดสกลนคร

ปัจจุบันเริ่มให้บริการแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ สยามพารากอน เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ พร้อมแผนขยายเพิ่มเติมไปยังเอ็มโพเรียม เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

เรื่องที่คุณอาจสนใจ