PRINC Group เผยรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ไตรมาส 2/2569 ที่ 1,558.8 ล้านบาท เติบโต 11.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ครึ่งปีแรกมีรายได้ 3,101.7 ล้านบาท เติบโต 8.22% พร้อมตั้งเป้ารายได้ทั้งปีโตมากกว่า 10% โดยเดินหน้าขยายฐานผู้ป่วยโรคเฉพาะทางและโรคซับซ้อน ควบคู่กับการเจาะตลาดผู้ป่วยต่างชาติแบบ Fly-in และกลุ่มผู้ป่วย CLMV
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC Group ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ 1,558.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 154.8 ล้านบาท หรือเติบโต 11.03% YoY ขณะที่ EBITDA จากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 106.7 ล้านบาท เติบโต 93.39% YoY ส่วน EBITDA ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.82% YoY
คุณธาริน เอี่ยมเพชราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) กล่าวว่า การเติบโตของไตรมาส 2 มาจากรายได้ในเครือข่ายโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางตรงและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างเข้มงวด รวมถึงการใช้ Synergy และ Economies of Scale ระหว่างโรงพยาบาลในเครือ ส่งผลให้ EBITDA จากการดำเนินงานหลักเติบโตเกือบ 100% ในไตรมาสนี้
ขณะเดียวกัน รายได้ยังได้รับแรงหนุนจากการขยายเครือข่าย ทั้งการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลธนกาญจน์ จ.กาญจนบุรี โรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 และโรงพยาบาล ป.แพทย์ 2 จ.นครราชสีมา รวมถึงการเปิดโรงพยาบาลพิษณุเวช กำแพงเพชร ทำให้ปัจจุบัน PRINC Group มีโรงพยาบาลเปิดดำเนินการ 19 แห่ง ใน 15 จังหวัด
นพ.วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) กล่าวถึงทิศทางธุรกิจว่า การเติบโตในไตรมาสนี้ส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้รายได้ของโรงพยาบาลที่เข้ามาเพิ่มเติมในเครือ ขณะที่การเปิดโรงพยาบาลพิษณุเวช กำแพงเพชร และการขยายธุรกิจดูแลผู้สูงอายุและสถานดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Health Ecosystem ให้ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาพยาบาลไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ
เจาะผู้ป่วย Fly-in ดันรายได้โรคเฉพาะทาง
จากข้อมูลการดำเนินงานของบริษัท พบว่ากลุ่มผู้ป่วยต่างชาติแบบ Fly-in มีพฤติกรรมเข้ามารักษาโรคเฉพาะทางมากกว่าการเข้ามารักษาโรคทั่วไป โดยกลุ่มโรคที่พบมาก ได้แก่ โรคกระดูกและข้อ และโรคที่เกี่ยวข้องกับสตรี ทำให้ PRINC Group ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศูนย์การรักษาเฉพาะทางและโรคซับซ้อน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสร้างรายได้และ Margin ที่ดี
ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังเพิ่มน้ำหนักไปยังตลาดผู้ป่วยต่างชาติและกลุ่มผู้ป่วยชายแดน โดยเฉพาะตลาด CLMV ซึ่งโครงสร้างผู้ป่วยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดน ลูกค้ากัมพูชาเคยเป็นตลาดหลักของกลุ่ม CLMV โดยเฉพาะโรงพยาบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ศรีสะเกษ ซึ่งเคยสร้างรายได้มากกว่า 15% ของรายได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การปิดพรมแดนทำให้จำนวนผู้ป่วยจากกัมพูชาลดลงอย่างมาก ขณะที่ผู้ป่วยจากลาวเพิ่มขึ้นจนขึ้นมาเป็นตลาดอันดับ 1 ในกลุ่ม CLMV แทน
การเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดในจังหวัดที่อยู่ใกล้ชายแดน โดยเฉพาะอุบลราชธานี ซึ่งได้รับแรงส่งจากจำนวนผู้ป่วยลาวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ PRINC Group หันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดกลุ่มผู้ป่วยลาวมากขึ้น เพื่อชดเชยฐานผู้ป่วยกัมพูชาที่หายไป
ส่วนกลุ่ม Expat ยังคงเติบโตในระดับคงที่ โดยมีฐานสำคัญในเมืองที่มีประชากรต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก เช่น กรุงเทพฯ เป็นต้น
คนป่วยทั่วไปลดลง เด็กหายจากฐานรายได้โรงพยาบาล
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือ โครงสร้างผู้ป่วยของโรงพยาบาลกำลังเปลี่ยนไป โดยกลุ่มผู้ป่วยโรคทั่วไปมีจำนวนลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพได้มากขึ้นและรู้จักวิธีดูแลตัวเองมากกว่าเดิม ทำให้หลายกรณีไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยใน หรือแอดมิทเหมือนที่ผ่านมา
ขณะที่กลุ่มเด็กกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากอัตราการเกิดที่ลดลง ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่ผู้ป่วยเด็กเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มรายได้สำคัญของโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากค่าบริการทางการแพทย์สำหรับเด็กมีมูลค่าค่อนข้างสูง
เมื่อฐานผู้ป่วยโรคทั่วไปและเด็กมีแนวโน้มลดลง PRINC Group จึงเลือกชดเชยด้วยการเพิ่มสัดส่วนผู้ป่วยโรคเฉพาะทางและโรคซับซ้อน รวมถึงเร่งขยายตลาดผู้ป่วยต่างชาติแบบ Fly-in และผู้ป่วยชายแดน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการรักษาเฉพาะด้านและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ต่อเคสสูงกว่า
คุณฆนัท ศิริสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) กล่าวถึงทิศทางครึ่งปีหลังว่า PRINC Group เตรียมเปิดอาคารใหม่ของโรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตรในเดือนตุลาคม 2569 และเปิดศูนย์รักษามะเร็งแบบเต็มรูปแบบ รวมถึงบริการฉายแสงรังสีรักษาในเดือนมกราคม 2570 เพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาโรคซับซ้อนในภูมิภาค
ด้วยทิศทางดังกล่าว บริษัทคาดว่า Q3/2569 จะเติบโตมากกว่า Q2 และรายได้ทั้งปี 2569 จะเติบโตมากกว่า 10% พร้อมเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายโรงพยาบาลให้เป็นศูนย์กลางการรักษาโรคซับซ้อนในภูมิภาค ควบคู่กับการขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติและกลุ่มชายแดน โดยเฉพาะตลาด Fly-in และ CLMV ซึ่งเป็นตลาดที่ PRINC Group มองเห็นโอกาสในการเติบโตต่อเนื่อง






