The Cutz Station ร้านตัดผมชาย ARL รามคำแหง เมื่อ “ทำเลสะดวก” กลายเป็นแต้มต่อของ SME

The Cutz Station ร้านตัดผมชาย ARL รามคำแหง เมื่อ “ทำเลสะดวก” กลายเป็นแต้มต่อของ SME

The Cutz Station ร้านตัดผมชาย ARL รามคำแหง เลือกทำเลใต้สถานีรถไฟฟ้าเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจ ใช้ความสะดวกในการเดินทางและความเร็วในการให้บริการ สร้างโอกาสจากลูกค้าคนเมือง

สำหรับธุรกิจร้านตัดผม การเลือกทำเลอาจสำคัญไม่แพ้ฝีมือช่าง เพราะแม้การตัดผมเป็นบริการที่ลูกค้าต้องกลับมาใช้ซ้ำ แต่การทำให้ลูกค้าตัดสินใจเข้าร้านตั้งแต่แรก ต้องอาศัยทั้งความสะดวกและการเข้าถึงที่ง่าย

The Cutz Station ร้านตัดผมชายที่ตั้งอยู่ใต้สถานี Airport Rail Link (ARL) รามคำแหง จึงเลือกใช้ “ทำเลสะดวก” เป็นแต้มต่อของธุรกิจ โดยคุณชอน เจ้าของร้าน มองเห็นโอกาสจากพื้นที่ที่ตัวเองเดินทางผ่านเป็นประจำและอยู่ไม่ไกลจากบ้าน

การเลือกทำเลใกล้ตัวช่วยลดต้นทุนการเดินทางในช่วงเริ่มต้น ขณะเดียวกันพื้นที่รอบ ARL รามคำแหงมีทั้งที่พักอาศัย สถานศึกษา แหล่งงาน และผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสถานี ทำให้ร้านมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่มในพื้นที่เดียว

ทำเล ARL รามคำแหง มีทั้งคนพื้นที่และประชากรแฝง

บริเวณสถานี ARL รามคำแหงอยู่ใกล้จุดตัดถนนรามคำแหงและสี่แยกคลองตัน คาบเกี่ยวพื้นที่สวนหลวงและวัฒนา โดยรอบมีทั้งคอนโดมิเนียม หอพัก สถานศึกษา และแหล่งงาน

จากการประเมินพื้นที่โดยรอบพบว่า ทำเลนี้มีสัดส่วนประชากรผู้ชายค่อนข้างหนาแน่น จากกลุ่มคนที่เข้ามาพักอาศัย ทำงาน และศึกษา ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่สอดคล้องกับธุรกิจร้านตัดผมชาย

สำหรับคุณชอน จุดเริ่มต้นของการเลือกทำเลไม่ได้มาจากการมองหาพื้นที่ที่คนพลุกพล่านที่สุด แต่เกิดจากการเดินทางผ่านพื้นที่นี้เป็นประจำ จนเห็นว่าร้านตัดผมชายในบริเวณดังกล่าวยังมีไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ใช้ชีวิตอยู่โดยรอบ

เมื่อมีพื้นที่พาณิชย์ว่าง คุณชอนจึงตัดสินใจเข้ามาเปิดร้าน เพราะนอกจากทำเลจะมีโอกาสทางตลาดแล้ว ยังอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในช่วงเริ่มต้นธุรกิจได้ ทำให้การเลือกทำเลครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่มองทั้ง โอกาสทางตลาดและต้นทุน ไปพร้อมกัน

ลูกค้าหลักเป็นนักเรียน-นักศึกษา หลัง 4 โมงเย็นร้านเริ่มคึกคัก

ปัจจุบันลูกค้าของ The Cutz Station ประมาณ 60% เป็นนักเรียนระดับมัธยมและนักศึกษา โดยส่วนหนึ่งเข้ามาตัดทรง รด. ขณะที่กลุ่มนักศึกษามีความสนใจเรื่อง Grooming มากขึ้น

หนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมมากกว่าในอดีตคือ “การกันคิ้ว” โดยคุณชอนพบว่า ลูกค้า 10 คน จะมีประมาณ 1 คนที่เลือกกันคิ้วเพิ่มเติม

อีก 30% เป็นกลุ่มวัยทำงาน มีทั้งคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าแล้วพบร้านระหว่างทาง และคนที่ทำงานหรือพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ส่วนอีก 10% เป็นลูกค้าอายุ 60 ปีขึ้นไป

ช่วงที่ลูกค้าเข้าร้านมากที่สุดคือหลัง 16.00 น. ซึ่งตรงกับช่วงหลังเลิกเรียนและเลิกงาน ทำให้ช่วงเย็นเป็นช่วงเวลาสำคัญของร้าน

คุณชอนเล่าว่า เคยมีวันที่รับลูกค้ามากถึง 20 คน และให้บริการต่อเนื่องตลอดทั้งวันจนแทบไม่มีเวลารับประทานอาหาร ทำให้การบริหารเวลาต่อหัวเป็นอีกโจทย์สำคัญของธุรกิจที่ต้องรับมือ

ไฮซีซันต่างชาติ 70% อินเดียเริ่มเป็นกลุ่มที่น่าจับตา

นอกจากลูกค้าคนไทยแล้ว The Cutz Station ยังได้ลูกค้าต่างชาติจากทำเลที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่ง

ช่วงไฮซีซัน สัดส่วนลูกค้าต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 70% ขณะที่โลว์ซีซันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 30% แต่คุณชอนเริ่มเห็นลูกค้าชาวอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมองว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตต่อไปในช่วงโลว์ซีซัน

ส่วนความเชื่อเรื่อง “ห้ามตัดผมวันพุธ” ซึ่งยังพบได้ในบางพื้นที่ต่างจังหวัด ไม่ได้ส่งผลกับร้านมากนัก เพราะลูกค้าในกรุงเทพฯ มักเลือกใช้บริการตามความสะดวกและเวลาของตัวเอง ทำให้วันพุธของร้านยังมีลูกค้าเข้ามาตามปกติ

ตัดผม 250 บาท จุดขายไม่ได้มีแค่ราคา

The Cutz Station ตั้งราคาตัดผมชายเริ่มต้นที่ 250 บาท ซึ่งคุณชอนมองว่าเป็นระดับราคามาตรฐานที่พบได้ทั่วไปในกรุงเทพฯ ขณะที่ต่างจังหวัดราคาประมาณ 150-200 บาทก็พบเห็นได้มากขึ้น

ร้านจึงไม่ได้แข่งขันด้วยราคาที่ถูกที่สุด แต่เน้นความสะดวกและเวลา โดยใช้เวลาตัดประมาณ 15-30 นาทีต่อหนึ่งหัว และเปิดให้ลูกค้าจองคิวล่วงหน้า โดยทางร้านแนะนำให้ลูกค้าจองคิวก่อน เพราะในช่วงที่ลูกค้าแน่น คิวหน้าร้านอาจเต็มจนไม่สามารถรับลูกค้าที่เดินเข้ามาแบบไม่ได้นัดหมายได้

เมื่อกลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน เวลาที่จำกัดจึงเป็นอีกโจทย์สำคัญ การตัดผมให้เสร็จภายในเวลาที่คาดการณ์ได้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าที่ร้านมอบให้ลูกค้า

ร้านตัดผมกำไรจากฝีมือ แต่ต้นทุนอยู่ทั้งในอุปกรณ์และคน

แม้ธุรกิจร้านตัดผมจะเป็น SME ที่เริ่มต้นได้ไม่ซับซ้อน แต่ต้นทุนไม่ได้มีเพียงค่าเช่าหรือค่าแรง

อุปกรณ์อย่างปัตตาเลี่ยนคุณภาพดีมีต้นทุนสูง ขณะที่อุปกรณ์บางอย่าง เช่น ผ้ากันเปื้อน ก็ต้องเปลี่ยนเป็นประจำ นอกจากนี้ คุณภาพของงานยังขึ้นอยู่กับทักษะของช่าง ซึ่งต้องสะสมประสบการณ์ ฝึกฝน และอัปเดตทักษะอยู่ตลอด

“การจะตัดผมออกมาให้ดี ต้องอาศัยการสะสมประสบการณ์ ทักษะที่ต้องอัปเดต-ฝึกฝนอยู่อย่างสม่ำเสมอ และอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ” คุณชอนกล่าว

รายได้หลักของร้านจึงมาจากการตัดผม แต่การรักษามาตรฐานให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ ต้องลงทุนต่อเนื่องทั้งในอุปกรณ์และทักษะของช่าง

เปิดมา 1 ปี 6 เดือน ค่าเช่าสูง แต่ร้านตัดผมยังมีโอกาสเติบโต

The Cutz Station เปิดให้บริการมาแล้ว 1 ปี 6 เดือน โดยคุณชอนมองว่า จำนวนร้านตัดผมมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เนื่องจากต้นทุนประกอบกิจการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าเช่า

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจร้านตัดผมต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาว เพราะเป็นงานบริการที่ต้องอาศัยทักษะและการลงมือทำของคนโดยตรง ทำให้ในระยะใกล้ AI ยังเข้ามาทดแทนได้ยาก ขณะที่อาชีพช่างตัดผมยังมีข้อจำกัดสำหรับชาวต่างชาติในการเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย

ปัจจุบัน The Cutz Station เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ณ Airport Rail Link รามคำแหง ชั้น G บริเวณติดกับ 7-Eleven ให้บริการตั้งแต่ออกแบบทรงผมและตัดผมชาย ย้อมสีผม สระผม ไปจนถึงโกนหนวด โดยสามารถจองคิวล่วงหน้าได้ที่ 097-113-7386 (คุณชอน) เพื่อความสะดวกและไม่ต้องรอคิวหน้าร้าน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ