หากย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน “Made in China” อาจเป็นภาพจำของสินค้าราคาประหยัดที่ผลิตให้กับแบรนด์ต่างชาติ แต่วันนี้ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไป เมื่อผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศเริ่มจดจำชื่อแบรนด์จีนได้มากขึ้น ตั้งแต่เครื่องสำอางและแฟชั่น ไปจนถึงเทคโนโลยีและสินค้าไลฟ์สไตล์ หลายบริษัทเริ่มเปลี่ยนจากการรับจ้างผลิต มาเป็นเจ้าของแบรนด์ของตัวเอง และนำแบรนด์เหล่านั้นออกไปแข่งขันในตลาดโลก
คุณฌอน เรน กรรมการผู้จัดการ China Market Research Group (CMR) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคชาวจีนหันมาเลือกซื้อแบรนด์ท้องถิ่นกันมากขึ้นในแทบทุกหมวดสินค้า ไม่ว่าจะเป็น Pop Mart, Mixue, Luckin, Songmont รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน หลายแบรนด์เติบโตจนกลายเป็นชื่อที่ผู้บริโภคชาวจีนคุ้นเคยและเชื่อมั่น
“สิ่งที่เราเห็นในช่วงห้าปีที่ผ่านมา คือการเติบโตของแบรนด์จีนที่สามารถแข่งขันกับแบรนด์ตะวันตกได้ ไม่ใช่แค่ในด้านราคา แต่รวมถึงคุณภาพด้วย” คุณฌอน เรน กล่าว พร้อมเสริมว่า
“แบรนด์ตะวันตกจำเป็นต้องตื่นตัวและปรับตัว เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นจากแบรนด์จีน”
ขณะที่แบรนด์จีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจีนเองก็เร่งสนับสนุนให้แบรนด์ท้องถิ่นก้าวสู่เวทีโลกมากขึ้นเช่นกัน โดยในเดือนนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนได้ประกาศมาตรการใหม่ พร้อมตั้งเป้าสร้างผู้ประกอบการค้าปลีกรุ่นใหม่ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นและแข่งขันได้ในตลาดโลกภายในปี 2030
สูตรใหม่ของแบรนด์จีนสู่ตลาดโลก
ทุกวันนี้ แบรนด์จีนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้แข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่หันมาลงทุนกับการออกแบบ นวัตกรรม และการสร้างตัวตนของแบรนด์ เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำและเลือกซื้อ
นอกจากการพัฒนาสินค้าแล้ว แบรนด์จีนยังให้ความสำคัญกับการปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะกับผู้บริโภคในแต่ละตลาดตัวอย่างเช่น การทำตลาดผลิตภัณฑ์แพทย์แผนจีน ที่เลือกใช้คำแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยในเวียดนามและสิงคโปร์มักสื่อสารโดยใช้คำว่า “สมุนไพร” เนื่องจากเป็นคำที่ผู้บริโภคคุ้นเคยและเชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพ ขณะที่ในยุโรปเลือกใช้คำว่า “พฤกษชาติ” เพื่อสื่อถึงส่วนผสมจากธรรมชาติและสร้างภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภค ส่วนในสหรัฐอเมริกา เน้นการสื่อสารผ่านแนวคิด “Clean Beauty” เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่ปลอดภัย ความโปร่งใส และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
จีนพร้อมหรือยังที่จะสร้างแบรนด์ระดับโลกด้วยตัวเอง?
นักวิเคราะห์หลายรายมองเห็นตรงกันว่า จีนมีศักยภาพในการสร้างแบรนด์ระดับโลก แม้ว่าการที่จะทำให้แบรนด์สามารถครองใจผู้บริโภคในระยะยาวได้นั้นยังเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อภาพจำของคำว่า “Made in China” ยังคงมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในหลายประเทศ
คุณหวัง จิงหัว ผู้บริหารบริษัทโฆษณาในนครเซี่ยงไฮ้ เล่าว่า ในอดีตเธอเชื่อว่าแบรนด์ต่างชาติมีคุณภาพเหนือกว่า เพราะมองว่าเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือและมีภาพลักษณ์ที่หรูหรากว่า แต่ปัจจุบันตะกร้าสินค้าออนไลน์ของเธอกลับเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์จากแบรนด์ความงามจีนอย่าง WIS และ Creator หลังจากได้ทดลองใช้ เธอพบว่าคุณภาพไม่ได้ด้อยไปกว่าแบรนด์ต่างชาติเลย
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณหวัง จิงหัว เพียงคนเดียว แต่กำลังสะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนจำนวนมาก จากเดิมที่เคยมองว่าแบรนด์ต่างชาติคือมาตรฐานของคุณภาพ วันนี้แบรนด์จีนได้รับความเชื่อมั่นจากคนในชาติมากขึ้นด้วยการออกแบบที่โดดเด่น คุณภาพสินค้าที่ดี และราคาที่เข้าถึงได้
หลังจากได้รับการยอมรับในตลาดภายในประเทศแล้ว ปัจจุบันหลายแบรนด์ในจีนก็เริ่มตั้งเป้าที่จะพาชื่อของตัวเองออกไปเป็นที่รู้จักในตลาดโลกให้มากขึ้น พร้อมเปลี่ยนภาพจำจาก “Made in China” ให้กลายเป็น “Brand China” อย่างแท้จริง






